พัก ก็สามารถทำให้พลังปราณในร่างเขาหมดไป”“จากนั้นก็สามารถล้อมสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ได้”
“อย่างไรเสีย ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ก็ยังเป็นเพียงร่างกายมนุษย์ธรรมดา”“หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรมาจารย์จากเผ่าถ่ามู่ก็จะยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่”
หลี่เต้าหยิบธงที่ใช้แทนฝ่ายศัตรูบนแผนที่ขึ้นมาปักลงบนตำแหน่งต่าง ๆ พร้อมกับอธิบายว่า“จากที่เห็นบนแผนที่ หากค่ายทหารตามชายแดนถูกเผ่าถ่ามู่ยึดได้ จะทำให้ค่ายที่ท่านเจิ้นเป่ยโหวเสิ่นจงอยู่ถูกล้อมโดยสมบูรณ์”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขามองไปที่จ้าวถ่ง“ข้ามีประโยคหนึ่งอยากบอก ท่านแม่ทัพเสิ่นแม้จะมีวรยุทธ์ขั้นปรมาจารย์เหนือผู้คนมากมาย”“แต่สิ่งที่ทำให้เขาได้ครองตำแหน่งเจิ้นเป่ยโหวคือความสามารถในการรบ”“หากเป็นดังที่ท่านว่า ผู้ใดก็ตามที่มีวรยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ก็คงได้เป็นเจิ้นเป่ยโหวแห่งต้าเฉียนกันหมด”
จ้าวถ่งสะดุ้งโหยง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”หลี่เต้ากวาดตามองแผนที่แล้วกล่าวว่า“หากข้าคาดไม่ผิด เผ่าถ่ามู่ต้องการจะขังเจิ้นเป่ยโหวเสิ่นจงไว้ในค่ายนี้ แล้วโจมตีด่านฟู่เฟิง”
“หากสำเร็จ พวกมันจะตัดการติดต่อระหว่างท่านเจิ้นเป่ยโหวเสิ่นจงกับโลกภายนอก”“เมื่อขาดผู้นำ กองทัพในสังกัดของแม่ทัพเสิ่นแถบด่านฟู่เฟิงและกองทัพในที่อื่น ๆ ย่อมต้องตกอยู่ในความโกลาหล”“เมื่อถึงตอนนั้น หากเผ่าถ่ามู่ส่งกองกำลังหลักบุกลงใต้ ด่านฟู่เฟิงก็คงไม่ง่ายที่จะป้องกันอีกต่อไป”
สีหน้าของจ้าวถ่งซีดขาว ดวงต