้น หลี่เต้ายืนอยู่หน้ากระโจม สายตาเย็นเยียบทอดมองตามแผ่นหลังของจ้าวถ่งที่เร่งควบม้าออกจากค่ายหวงซาด้วยความรีบร้อนฝุ่นทรายจากกีบม้าถูกซัดฟุ้งขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่เงาร่างของเขาจะเลือนหายไปในความเวิ้งว้าง
เสวียปิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความกังวล“หัวหน้า… สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤตถึงเพียงนั้นเลยหรือ?”หลี่เต้ามองดวงอาทิตย์ที่ใกล้จะตกดินแล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “มันจะยิ่งร้ายแรงกว่านี้อีก”
การคาดการณ์ทั้งหมดของเขาเมื่อครู่นี้ล้วนอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เขามีอยู่ในตอนนี้ส่วนที่เขาไม่เข้าใจนั้นจะวิเคราะห์อย่างไร ทุกที่ล้วนเต็มไปด้วยตัวแปรอย่างเช่น จ้าวถ่งเดินทางไปพร้อมกับสถานการณ์ที่เขาได้วิเคราะห์มา
เมื่อไปถึงที่ของเจิ้นเป่ยโหว เขายังต้องใช้สิ่งที่วิเคราะห์มาเพื่อโน้มน้าวอีกฝ่ายอีกด้วยในฐานะแม่ทัพของฝ่ายหนึ่ง ย่อมไม่อาจเชื่อคำพูดของผู้ใต้บังคับบัญชาได้ง่าย ๆแน่นอนว่าจะต้องหาวิธีพิสูจน์ เพราะการไปมาเช่นนี้อาจทำให้เสียเวลา และถูกศัตรูล้อมได้เช่นเดิมโดยสรุปแล้ว มีความยุ่งยากมากมายแฝงอยู่ในนั้น ไม่อาจสืบสาวให้ละเอียดได้
จางเมิ่งที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ มองดูหลี่เต้าที่มีรอยยิ้มจาง ๆ ประดับบนใบหน้าตลอดเวลาด้วยความสงสัย จึงถามว่า“แต่หัวหน้า เหตุใดท่านดูไม่มีความกังวลเลยสักนิด?”“ไม่กังวลหรือ?”
จางเมิ่งส่ายหน้า “ไม่เพียงแต่ไม่กังวล กลับดูเหมือนจะตื่นเต้นเสียด้วยซ