อกมาก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันหลีอี๋ได้ยินถึงตรงนี้ก็เอ่ยเสียงหนักแน่นว่า“ฝ่าบาท ไม่ว่าท่านจะทรงตัดสินใจเช่นไร ข้าก็จะติดตามไปทุกที่พะยะค่ะ!”
หลี่หยาเอ่ยว่า “เราคิดจะไปหามรรคาจารย์ เจ้าคิดว่าอย่างไร”
สีหน้าหลีอี๋แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในความคิดของเขามรรคาจารย์คือบรรพจารย์แห่งเซียนทั้งปวง ปฏิบัติต่อสรรพชีวิตโดยเสมอกันการที่ประทานดวงชะตาเทพเซียนเพื่อคุ้มครองเฟิ่งเทียนก็ถือว่าเมตตาแล้วจะให้มรรคาจารย์ออกหน้าต่อต้านตาก่วงเทียนเพื่อเฟิ่งเทียนได้อย่างไร
ต้องรู้ว่าในตาก่วงเทียนเองก็มีผู้ศรัทธามรรคาจารย์อยู่แม้สิ่งที่นับถือศรัทธาไม่ใช่มรรคาจารย์ หากแต่เป็นเทพเซียนในบริวารของมรรคาจารย์แต่ดีชั่วก็นับว่าเป็นผู้ศรัทธาในมรรคาเดียวกัน ไฉนมรรคาจารย์จึงจะต้องต่อต้านตาก่วงเทียนเพื่อช่วยเฟิ่งเทียนเล่าแม้แต่ภายในเฟิ่งเทียนก็ยังมีการแย่งชิงกันระหว่างเมืองยังไม่เคยเห็นโอรสสวรรค์องค์ใดใช้กำลังบีบเมืองหนึ่งเพื่ออีกเมืองเลย
หลี่หยาอ่านความคิดของเขาออกจึงกล่าวว่า“เรามิได้คิดจะให้มรรคาจารย์ช่วยเฟิ่งเทียนโจมตีตาก่วงเทียนแต่เพียงแค่ให้มรรคาจารย์รับเฟิ่งเทียนไว้ เฟิ่งเทียนยอมสวามิภักดิ์แก่ต้าจิ่ง”
หลีอี๋ตาพราวพรายขึ้นทันที “เช่นนั้นก็พอเป็นไปได้อยู่พะยะค่ะตำนานที่มรรคาจารย์ย้ายทวีปชีพจรมังกรก็แพร่หลายมานานแล้วแม้เฟิ่งเทียนจะใหญ่กว่าทวีปชีพจรมังกร แต่ก็ใช่ว่ามรรคาจารย์จะทำไม่สำเร็จ”
หลี่หยาพยักหน้าทอดถอนใจแล้วกล่าวว่า“เร