สภาพมันทั้งชื้น ทั้งหนาว แถมยังเหม็นอับจนน่าขนลุก และผมก็ได้แต่หวังลึกๆ ว่าที่นี่คงไม่ใช่ที่นอนกลางวันสุดโปรดของเจ้าหมีเถ้าถ่านหรอกนะ
แต่หลังจากสำรวจจนแน่ใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติแอบซ่อนอยู่ พวกเราก็ตกลงใจที่จะปักหลักกันที่นี่แหละ
เมื่อคนอื่นๆ ตามมาสมทบ การพัฒนาค่ายที่พักก็เริ่มขึ้น เหล่าผู้มีพลังกายเหนือมนุษย์ก็เริ่มลงมือโค่นต้นไม้ และลากหินยักษ์มาทำกำแพง พวกเราพยายามเปลี่ยนรูหนูแห่งนี้ให้ดูอบอุ่นเหมือนบ้านที่สุด
ในฐานะคนที่แกร่งที่สุดในกลุ่ม ผมเลยต้องรับหน้าที่เฝ้ายามร่วมกับโชอี้…
ต้องขอบคุณแฮดวิน ที่ดันแนะนำให้เทสไปใช้พลังจิตช่วยยกของหนักแทน ผลก็คือผมต้องมาติดแหง็กเฝ้ายามอยู่กับ แม่สาวปั่นประสาท คนนี้
คลื่นมานาที่แผ่ออกมาจากตัวเธอมันเริ่มจะกวนประสาทผมอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะมันถี่เกินไป แต่มันน่ารำคาญตรงความรู้สึกกระตุกๆ ที่ได้รับจากมัน
ผมพยายามข่มใจไม่เข้าไปยุ่ง แต่ผ่านไปครึ่งชั่วโมงมันก็ยิ่งน่ารำคาญขึ้นเรื่อยๆ นี่เธอไม่พัฒนาขึ้นเลยหรือไง?
ผมสาบานได้เลยว่าเธอทำมันได้ห่วยกว่าตอนแรกเสียอีก
โธ่เอ๊ย พอทีเถอะ!
“นี่…”
ผมหันไปหาเธอจนเจ้าตัวสะดุ้ง