มาถึงจุดนี้ผมแทบจะมั่นใจแล้วว่าเจ้าหมานี่ฉลาดที่สุดในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่ มันรู้ว่าควรวางตัวอย่างไรเวลาอยู่กับผม และไม่เคยทำตัวน่ารำคาญเกินเหตุเลยสักครั้ง
ส่วนเรื่องกระเป๋าสตางค์ของแฮดวินนั่น… มันก็น่าแปลก บางทีมันอาจจะเห็นพวกเราชกกัน และอยากจะช่วยผมแก้แค้นแบบเจ็บๆ คันๆ เพื่อเป็นการประจบเอาใจผมก็ได้
ผมไม่ได้คิดไปเองนะ แต่มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ
ผมค่อยๆ ลูบหัวเล็กๆ ของมันพลางดิ่งลึกเข้าสู่สภาวะ สมาธิ ให้มากขึ้นอีกระดับ เพื่อเริ่มต้นฝึกฝนทักษะ การควบคุมมานา ของตัวเองต่อไปอย่างเงียบเชียบ
ผ่านไปสักพัก เทสก็เดินมาหาผม
“นี่…”
เธอเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
“ไม่เป็นไรหรอก”
ผมตัดบทสั้นๆ แต่คิดว่าเธอคงเข้าใจความหมาย ผมรู้ดีว่าลึกๆ เธอเองก็เห็นด้วยกับแฮดวินอยู่บ้าง แต่คงมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เธอพูดกับผมตรงๆ ไม่ได้
และให้ตายเถอะ… ต่อให้เธอพูด ผมก็คงไม่ฟังอยู่ดี เพราะอย่างนั้นผมถึงโกรธเธอไม่ลงที่เธอไม่ยื่นมือมาช่วยผม หรือแม้แต่ตอนที่เธอเตรียมพร้อมจะหยุดผมหากผมคิดจะลงมือกับแฮดวินให้หนักกว่านี้