เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมาแล้วนั่งลงข้างๆ เธอใช้นิ้วจิ้มพุงป่องๆ ของบิสกิตจนเจ้าหมาต้องลืมตาขึ้นมามองข้างหนึ่ง
พอเห็นว่าเป็นเทสมันก็หลับตาลงนอนต่อ เธอเลยแกล้งจิ้มมันอีกสองสามที แต่เจ้าคอร์กี้ก็ยังเมินสนิทจนเธอต้องยอมแพ้ไปเอง
“คิมเลื่อนระดับทักษะ พลังจิต เป็นเลเวล 3 แล้วนะ ส่วนลิลลี่ก็เลื่อน การฟื้นฟู เป็นเลเวล 2 แล้ว”
เธอแจ้งข่าวให้ผมทราบ
พับผ่าสิ ไอ้เด็กกะหร่องนั่นไปทำอะไรมาถึงอัปเป็นเลเวลสามได้เร็วขนาดนั้นนะ?
“ตอนนี้ลิลลี่รักษาแผลถลอกกับแผลขนาดเล็กได้แล้วนะ แต่ยังทำได้แค่กับตัวเองเท่านั้น ยังรักษาคนอื่นไม่ได้”
อ้อ น่าเสียดายแฮะ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อย สถานีเติมเลือดส่วนตัว ของผมก็กำลังพัฒนาไปได้สวย เดี๋ยวเราก็คงไปถึงจุดที่ใช้งานได้จริงเอง
เทสไม่ได้พูดอะไรต่อ ผมเลยเดาว่าคนอื่นๆ คงยังไม่มีใครเลื่อนระดับทักษะอะไรได้อีก
เรื่องที่น่าหงุดหงิดที่สุด คือผมไม่รู้เลยว่าความเร็วในการพัฒนาของพวกเรามันดีหรือแย่ เพราะไม่มีตัวชี้วัดอะไรเลยนอกจากเปรียบเทียบกันเองในกลุ่ม
จู่ๆ ผมก็เกิดไอเดียบางอย่างขึ้นมา
“นี่ เทส?”
“หือ?”
เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด