“แนท…”
เสียงเรียกของเทสทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิด เธอเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าที่เริ่มปรากฏร่องรอยของความเหนื่อล้า
“บุหรี่ฉันหมดแล้ว”
นั่นคือประโยคแรกที่เธอพูดออกมาในเวลาแบบนี้เนี้ยนะ มันคงร้ายแรงกับเธอมากซินะ ผมไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร
เทสสูดลมหายใจเข้าช้าๆ ก่อนจะรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“เจสันกับคุณมิแรนดาตายแล้ว ลีออนเสียนิ้วไปนิ้วหนึ่ง แล้วก็ยังมีคนบาดเจ็บอีกเยอะเลย…”
ผมฟังสิ่งที่เธอพูดด้วยความนิ่งเฉย ความรู้สึกไว้อาลัยหรือความเศร้าโศกไม่ได้เกิดขึ้นในใจผมเลยแม้แต่น้อย เพราะผมไม่ได้รู้จักคนพวกนั้น และเธอก็ควรจะรู้ดีว่าคนอย่างผมไม่เสียเวลาไปกับเรื่องเปล่าประโยชน์แบบนั้น
เทสนิ่งเงียบไปนานพลางจ้องมองหน้าผม ราวกับพยายามจะค้นหาความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างใน สุดท้ายเธอก็ขยับเท้าเล็กน้อยแล้วพูดตัดบท
“ช่างเถอะ… เดี๋ยวฉันจะเฝ้ายามเอง”
ซึ่งนั่นเป็นทางเลือกที่เยี่ยมมากสำหรับผมในตอนนี้
ผมเดินตรงไปยังตู้ขบวนรถไฟเพื่อสะสางธุระที่ค้างคาไว้กับโชอี้
โชอี้กลับขึ้นไปพักผ่อนด้านในเรียบร้อยแล้ว โดยมีน้องสาวนั่งตัวติดกันไม่ห่าง เธอฟื้นคืนสติแล้วแต่สภาพยังดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด