ห้าปีหลังจากนี้ข้าค่อยสละบัลลังก์”
อย่างไรตำแหน่งโอรสสวรรค์กับพระราชชนกก็ต่างกันมากนัก เมื่อเขาไม่เป็นโอรสสวรรค์แล้ว ก็ย่อมต้องละวางพระราชอำนาจลง
เจียงฉางเซิงกล่าวว่า “ตกลง”
ห้าปีเท่านั้น เชื่อว่าเจียงซิ่งรอได้ เจียงเชอราวกับได้วางภาระหนักอึ้งลง
เจียงฉางเซิงกล่าวต่อ“การแสวงหาความเป็นอมตะนั้นไม่ผิด แม้ข้าไม่อาจช่วยเจ้าได้ ข้าก็จะไม่ขวางเจ้า เพียงแต่เจ้าเป็นโอรสสวรรค์ อย่าได้หลงลืมเหลาราษฎรและบ้านเมืองเล่า”
เจียงเชอดื่มห้วงสารทอนันต์จนหมดในอึกเดียว จากนั้นก็ชมว่า“สุราดี สุรานี้ก็มิได้เผื่อนขมอย่างที่ท่านว่า”
เรื่องของราชอำนาจล้วนอยู่ในสุรา จากนั้นเจียงฉางเซิงก็ถามเรื่องความเป็นอมตะของเขา เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้เจียงเชอก็กระตือรือร้นขึ้นมากและพูดออกมาเป็นน้ำไหลไฟดับ เจียงฉางเซิงเองก็ฟังอย่างออกรสออกชาติทีเดียว
ไป๋ฉีทอดถอนใจอยู่เงียบๆ ผู้ใดจะคาดคิดว่าราชอำนาจแห่งต้าจิ่งจะถูกกำหนดอย่างง่ายดายเช่นนี้
จีอู๋จวินกลับคิดไปมากกว่านั้น มรรคาจารย์ไม่ใช่โอรสสวรรค์แต่กลับมีอำนาจและบารมีมากกว่าโอรสสวรรค์ ซึ่งมิใช่ว่าจะเป็นเช่นนี้ได้เพียงเพราะเรื่องพละกำลังอย่างเดียว
เชื่อว่าเมื่อใดที่มรรคาจารย์ออกปาก ชาวต้าจิ่งจะต้องยินยอมล้มล้างอำนาจการปกครองของเจียงเชอตามที่เขาสั่ง จุดนี้น่ากลัวที่สุด
เส้นทางที่มรรคาจารย์เดินนั้นเป็นเส้นทางที่จักรพรรดิยุทธ์ทุกสมัยที่ผ่านมาไม่เคยเดินมาก่อน ทั้งๆ ที่ไม่ได้รับผลจากโ