้นตกลงตามนี้ ทางนี้ฉันต้องเข้าประชุมด่วนแล้ว ขอวางสายก่อนนะ ไว้ค่ำๆ ฉันโทรหาใหม่” เยี่ยจือตัดสายทิ้งไป
ลั่วหยางเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ทิ้งตัวลงนั่งข้างยัยหนูแล้ววางมือลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ “เห็นไหม แม่หนูสบายดี ไม่ต้องคิดมากแล้วนะคนเก่ง”
ซ่งเหม่ยฉีพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะโถมตัวมุดเข้าซุกในอ้อมกอดของลั่วหยางราวกับลูกแมวหาไออุ่น
ลั่วหยางรู้สึกอุ่นวาบในอก ลึกๆ เขาก็แอบทึ่งกับตัวเองเหมือนกัน เด็กคนนี้ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันสักหยด แต่กลับผูกพันสนิทสนมกันประหนึ่งพ่อลูกแท้ๆ ต่อให้พ่อบังเกิดเกล้าของยัยหนูยังมีชีวิตอยู่… ก็ไม่แน่ว่าจะได้รับความไว้วางใจขนาดนี้
ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! เสียงกริ่งหน้าประตูดังขัดจังหวะ
“คุณตากับคุณยายมาแน่เลย! หนูไปเปิดเอง!” ซ่งเหม่ยฉีเด้งตัวพรวดลงจากโซฟา สับขาจิ๋ววิ่งตึกตักออกไปอย่างรวดเร็ว
ลั่วหยางรีบสาวเท้าตามไปพลางตะโกนไล่หลัง “อย่าวิ่งลูก เดี๋ยวสะดุดล้ม!”
แต่ยัยหนูตัวแสบฟังที่ไหน พริบตาเดียวก็วิ่งฉิวหายวับไปถึงหน้าโถงทางเข้าแล้ว ลั่วหยางเดินตามมาถึง ก็เห็นเยี่ยอี้หมิงกับเจี่ยงเสียนหรงหอบหิ้วถุงวัตถุดิบพะรุงพะรังเดินเข้ามาพอดี ภายในใจลอบกลืนน้ำลายลงคอ… ลางสังหรณ์ยัยหนู