ตกเย็น เจี่ยงเสียนหรงลงมือเข้าครัวด้วยตัวเอง ผัดกับข้าวเมนูเด็ดที่ถนัดออกมาสองสามอย่าง
เยี่ยอี้หมิงถึงกับงัดเอาเหล้าเก่าเก็บที่หวงนักหวงหนาออกมาเปิด รั้งตัวลั่วหยางให้อยู่ก๊งเป็นเพื่อน
สองสามีภรรยาเอาใจใส่จนลั่วหยางถึงกับไปไม่เป็น ชักจะแยกไม่ออกแล้วว่าตกลงนี่บ้านตัวเองหรือบ้านใครกันแน่
หลังมื้อค่ำ ลั่วหยางตั้งใจจะช่วยเก็บกวาดถ้วยชาม แต่เจี่ยงเสียนหรงรีบเบรกไว้ทันที
“เสี่ยวลั่ว ตรงนี้ไม่ต้องลำบากเธอหรอก น้าจัดการเอง ไปนั่งคุยเป็นเพื่อนลุงเยี่ยเถอะ” เจี่ยงเสียนหรงยิ้มกว้าง
“คุณน้าเป็นแขก จะให้มาล้างจานได้ยังไงล่ะครับ” ลั่วหยางเกรงใจ
“แขกเขิกอะไรกัน ไม่ต้องพูดจาห่างเหินขนาดนั้น ไปเถอะๆ อย่ามาเกะกะแถวนี้เลย” เจี่ยงเสียนหรงดันหลังลั่วหยางออกไปดื้อๆ
ลั่วหยางจะอยู่ก็ไม่ได้ จะไปก็ไม่เชิง รู้สึกทำตัวไม่ถูก
จังหวะนั้นเอง ซ่งเหม่ยฉีก็ขยิบตาให้เขาพลางหัวเราะคิกคัก
“เหม่ยฉี ขำอะไรเนี่ย” ลั่วหยางเลิกคิ้วถาม
ยัยหนูตัวแสบเดินเตาะแตะมาข้างกาย เขย่งเท้ากระซิบเสียงเบา “คุณลุงลั่ว ยินดีด้วยนะคะ ด่านคุณยาย… คุณลุงผ่านฉลุยแล้ว”
ลั่วหยาง “…”
รู้อย่างนี้ไม่น่าถามยัยเด็กแสบนี่เลย ให้ตายเถอะ
“ด่านคุณตาก็