น่าจะไร้ปัญหาเหมือนกัน คุณลุงรีบไปสิคะ พูดจาให้มันเข้าหูตาแกหน่อยนะ” ซ่งเหม่ยฉีกระซิบกำชับราวกับผู้ใหญ่สอนเด็ก
ลั่วหยางกลอกตาบนใส่แม่กามเทพตัวน้อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ชายต่างวัยสองคนจึงมานั่งจิบชาตากลมอยู่ที่ระเบียง
“เสี่ยวลั่ว ลุงเอาเรื่องของเธอไปเล่าให้พวกตาเฒ่าฟัง แต่ละคนทึ่งกันใหญ่ อยากทำความรู้จักกันทั้งนั้น ลุงเลยบอกขอมาถามเธอดูก่อน” แววตาของเยี่ยอี้หมิงเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
ลั่วหยางยิ้มบาง “ได้สิครับ ในเมื่อเป็นเพื่อนของคุณลุงเยี่ย รู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหาย”
เยี่ยอี้หมิงยิ้มจนตาหยี “งั้นตกลงตามนี้นะ ไว้ลุงนัดตาเฒ่าพวกนั้นมารวมตัวกันเมื่อไหร่ จะเชิญเธอมาดื่มด้วยกัน”
ลั่วหยางพยักหน้ารับ “ได้ครับ คุณลุงจัดการเรียบร้อยก็โทรหาผมได้เลย”
เยี่ยอี้หมิงเปลี่ยนเรื่องคุยทันควัน “จริงสิ เงินห้าแสนนั่น…”
“ไม่รีบครับ ผมไม่รีบ” ลั่วหยางตอบรักษามารยาท
ใบหน้าชราของเยี่ยอี้หมิงระบายรอยยิ้มเอาใจ “งั้นฝากไว้ที่ลุงก่อนนะ ไว้เดี๋ยวลุงซื้อรถให้เธอสักคัน ปรมาจารย์อย่างเธอจะออกไปไหนมาไหนโดยไม่มีรถดีๆ ขับได้ยังไง”
ลั่วหยางชะงักกึกไปชั่วขณะ
นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันเนี่ย
จิบชาเสร็จ เยี่ยอี้หมิงกับ