เจี่ยงเสียนหรงก็ขอตัวกลับ ส่วนซ่งเหม่ยฉียังรั้งอยู่ต่อ
ยัยหนูนั่งดูการ์ตูนอยู่บนโซฟาโดยมีลั่วหยางนั่งเป็นเพื่อน ปกติเวลานี้เยี่ยจือมักจะวิดีโอคอลมาหา ทว่าคืนนี้กลับเงียบเชียบ ลั่วหยางรู้สึกโหวงในใจอย่างประหลาด ราวกับขาดอะไรบางอย่างไป
“คุณลุงลั่ว เรามาคุยกันหน่อยดีกว่า” จู่ๆ ซ่งเหม่ยฉีก็กดปิดทีวี
ลั่วหยางเลิกคิ้วแปลกใจ “หนูอยากคุยอะไรล่ะ”
“ก็เรื่องที่คุณตาบอกจะซื้อรถให้คุณลุงไงคะ จะมีเรื่องอะไรอีก”
ลั่วหยางถึงกับไปไม่เป็น เขาใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเล็กๆ นั่นเบาๆ “ในหัวหนูเนี่ย… เอาพื้นที่ไปจำพวกบทกวีหรือแม่สูตรคูณบ้างเถอะ ตัวแค่นี้ จะมาวุ่นวายเรื่องผู้ใหญ่ทำไมฮึ”
“ก็คุณลุงซื่อบื้อขนาดนี้ หนูจะไม่วุ่นวายได้ยังไงล่ะ หนูไม่ได้ไปยุ่งเรื่องของคนอื่นสักหน่อย”
ลั่วหยาง “…”
“หนูบอกว่าคุณลุงบื้อ คุณลุงก็ยอมรับมาเถอะ ที่คุณตาบอกจะซื้อรถให้น่ะ… คุณลุงรู้ไหมคะว่ามันหมายความว่ายังไง” ซ่งเหม่ยฉีทำหน้าเอือมระอา
“แล้วหนูรู้เหรอ”
“นั่นมันสินสอดแม่หนูไงคะ คุณลุงลั่วนี่บื้อจริงๆ หนูละปวดหัวกับคุณลุงเลยเนี่ย” ยัยหนูตัวจ้อยยื่นนิ้วไปจิ้มหน้าผากลั่วหยางคืนหนึ่งที
ลั่วหยางถึงกับช็อกค้าง กลายเป็นหินไปในพริบต