ิงสาว
“งั้น… ให้ฉันช่วยถือไหมคะ เดี๋ยวฉันเป็นลูกมือให้คุณเอง” ไป๋จิ้งเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น
ชายหนุ่มยิ้มบาง “ไม่ต้องลำบากหรอก ดาบเล่มนี้ผมต้องลงมือจัดการคนเดียวเท่านั้น”
หญิงสาวจิ๊ปาก ขัดใจที่โดนปฏิเสธ
สือเฟยพูดแทรกขึ้นมาทันจังหวะ “หมอลั่ว ตอนลงมือก็ระวังมือระวังไม้หน่อยนะครับ อย่าทำให้โบราณวัตถุเสียหายเด็ดขาด ถ้าดาบสำริดเล่มนี้มีรอยตำหนิต้องซ่อมแซม รบกวนมอบหมายให้ผมเป็นคนจัดการนะครับ”
“ผมจะระวังให้มากที่สุดครับ” ลั่วหยางพยักหน้ารับ
สือเฟยปรายตามองคอเสื้อของลั่วหยาง ริมฝีปากขยับยุกยิกคล้ายอยากจะพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดนั้นลงคอไป ปฏิกิริยาเล็กๆ น้อยๆ นั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาคมกริบของลั่วหยาง ทว่าเขาก็คร้านจะเก็บมาใส่ใจ
เมื่อกลับมาถึงพิพิธภัณฑ์ หม่าจงหัวก็เปิดห้องทำงานที่เพิ่งว่างให้ลั่วหยางใช้จัดการธุระ
“ผู้อำนวยการหม่า พวกคุณถอยออกไปไกลๆ หน่อยดีกว่าครับ จะได้ป้องกันเหตุไม่คาดฝัน” ลั่วหยางเอ่ยเตือน
“งั้นพวกเราไปรอฟังข่าวดีที่ห้องทำงานของฉันก็แล้วกัน คุณเองก็ระวังตัวด้วยล่ะ”
ลั่วหยางเดินเข้าไปในห้องก่อนจะจัดการล็อกประตูจากด้านในแน่นหนา
ไป๋จิ้งยังไม่ยอมแพ้ ชะโงกหน้าไปที่บานหน้าต่างหวังจะแอบ