อล่อผีร้ายออกจากร่างนักวิจัย ซึ่งตอนนั้นแทบจะไม่มีภาพอดีตหลงเหลือให้เห็นเลย
ทว่าวินาทีนี้ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาลั่วหยางถึงกับตะลึงงัน
ใจกลางลานกว้าง มีแท่นบูชารูปทรงหอคอยสูงตระหง่านราวสิบเจ็ดสิบแปดเมตร ฐานกว้างยอดแคบ ดูคล้ายพีระมิดที่ถูกหั่นส่วนยอดทิ้งไป ด้านหน้ามีบันไดหินทอดยาวชันขึ้นไปสู่จุดสูงสุด
ทันใดนั้น ศีรษะมนุษย์ก็ร่วงหล่นลงมาจากยอดแท่นบูชา กลิ้งหลุนๆ กระดอนไปตามขั้นบันไดหิน ทุกจังหวะตกกระทบดังทึบๆ สาดกระเซ็นไปด้วยเลือดสดๆ ข้นคลั่ก
ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏขึ้นที่ปลายบันไดสูงสุด เธอสวมชุดคลุมสีดำสนิท บนศีรษะสวมมงกุฎขนนกสีแดงสดประดับตกแต่งอลังการ ขนนกเหล่านั้นถูกดัดให้โค้งงอด้วยกิ่งไม้และเถาวัลย์
รูปลักษณ์นี้ตรงกับ ‘จอมขมังเวทแห่งซานซิงตุย’ ที่ซูชางหมิงสันนิษฐานไว้ไม่มีผิดเพี้ยน สิ่งที่อยู่บนหัวนั่นไม่ใช่วิกผมอย่างที่ตาเฒ่ามโน แต่มันคือมงกุฎขนนกศักดิ์สิทธิ์ต่างหาก
สายตาของลั่วหยางเลื่อนลงมาหยุดที่มือของแม่มดชุดดำ
มือขวาของเธอชูดาบสำริดเล่มหนึ่ง… เล่มเดียวกับที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานในยุคปัจจุบัน
หัวมนุษย์ที่เพิ่งกลิ้งตกลงมา ก็คือผลงานสดๆ ร้อนๆ จากการบั่นคอของเธอนี่เอง
แม่