ะเหนือสัมผัส’ ของกายาจิตขมังเวท ต่อให้ใต้ดินลึกลงไปสองเมตรจะมีอะไรซ่อนอยู่ เขาก็สแกนทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
ยิ่งสาวเท้าเข้าใกล้ดาบสำริดมากเท่าไหร่ กลิ่นอายชั่วร้ายก็ยิ่งแผ่ซ่านรุนแรงและหนาแน่นขึ้นเท่านั้น
ทว่าอูซวีบนอกกลับสั่นไหวเบาๆ ตอบสนอง ทุกย่างก้าวที่ลั่วหยางเหยียบย่างเข้าหา ไอชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากดาบก็ต้องถอยร่นและอ่อนแรงลงไปหนึ่งส่วน ถูกอานุภาพที่เหนือชั้นกว่าสะกดข่มจนจมดินอย่างสมบูรณ์แบบ
หากดาบสำริดเล่มนั้นคือหมาป่าผยอง อูซวีก็คงเป็นพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมตะปบเหยื่อให้แหลกคากรงเล็บ
นับว่าสวรรค์ยังเข้าข้างที่เขาพกอูซวีติดตัวมาด้วย หากปราศจากมัน วันนี้คงได้ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่จริงๆ วิกฤตครั้งนี้ยิ่งกระตุ้นให้ลั่วหยางตั้งปณิธานแน่วแน่… เขาต้องรีดเร้นความลับของอูซวีและทะลวงวิชาขมังเวทให้แกร่งกว่านี้อีก
ลั่วหยางหยุดยืนค้ำหัวอยู่เหนือดาบสำริด
ดวงตาบนด้ามดาบยังคงเบิกโพลง ทว่าประกายแสงสีเขียวในรูม่านตาพิลึกพิลั่นกลับริบหรี่และอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยวางอำนาจบาตรใหญ่แผ่รังสีอำมหิตเมื่อครู่ ตอนนี้กลับหดหัวห่อเหี่ยวหมดสภาพ
เขาตระหนักดีว่าเป็นฝีมืออูซวีที่กดหัวมันไว้ แต่ชายหนุ่มย