าอาคมคือรากฐานเดียวกัน… ผมพูดถูกไหม?”
ลั่วหยางกระตุกยิ้ม ย้อนศรกลับอย่างเจ็บแสบ
“ศาสตราจารย์ซู คุณเองก็รู้เรื่องวัฒนธรรมนี้ดีทะลุปรุโปร่ง งั้นสรุปว่าคุณเองก็เป็นจอมขมังเวทด้วยหรือเปล่าล่ะครับ?”
ชายชราขมวดคิ้วฉับ “คุณกำลังเปลี่ยนเรื่อง ผมเป็นศาสตราจารย์ด้านโบราณคดี จอมขมังเวทมีบทบาทชี้เป็นชี้ตายในยุคต้นของอารยธรรมหัวเซี่ย การที่ผมจะศึกษาจนแตกฉานมันก็เป็นเรื่องปกติ การมีความรู้ก็เรื่องหนึ่ง แต่ผมใช้วิชาอาคมพวกนั้นไม่เป็น ทว่าคุณเป็น… วันนี้ที่คุณดึงพวกเรากลับมาจากความตาย สิ่งที่คุณใช้ไม่ใช่วิชาแพทย์ แต่เป็นวิชาขมังเวท ถูกต้องไหม?”
ลั่วหยางตวัดสายตามองชายสูงวัยข้างกาย ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นลึกๆ
ตาแก่นี่น่าจะไปเป็นนักสืบมากกว่านักโบราณคดี! สันดานชอบจับผิด ซักไซ้ไล่เลียง กัดไม่ปล่อยจนกว่าจะได้คำตอบ... ตอนนี้เขารู้แล้วว่าภาวะย้ำคิดย้ำทำของไป๋จิ้งติดเชื้อมาจากใคร
“ยอมรับมาเถอะเสี่ยวลั่ว ผมรับรองว่าจะรูดซิปปากสนิท อีกอย่าง ที่นี่ประเทศจีนไม่ใช่ยุโรปยุคกลาง ไม่มีใครบ้าจี้มาจัดลานประหารล่าแม่มดหรอก ต่อให้ความลับแตกว่าคุณมีวิชาอาคม ก็ไม่ได้มีใครจับคุณไปเผาทั้งเป็นหรอกน่า” ซูชางหมิงใช้น้ำเสียงผู้ใหญ่ตะล่อม