อย่างใจเย็น
“ก็ได้ครับ ศาสตราจารย์ซูคาดคั้นเก่งจริงๆ ผมคือจอมขมังเวท และวิธีที่ใช้ดึงสติพวกคุณกลับมาก็คือวิชาขมังเวท” ลั่วหยางตัดสินใจยอมรับตรงๆ ตัดรำคาญ “ผมถูกจ้างมาแก้ปัญหา แต่ผมไม่มีความรู้เรื่องอารยธรรมซานซิงตุยแม้แต่หางอึ่ง เพราะงั้นหลังจากนี้ต้องรบกวนให้ศาสตราจารย์ช่วยชี้แนะ ถ้าผมมีคำถาม หวังว่าคุณจะไม่กั๊กข้อมูลนะ”
เขาเลือกโอนอ่อนตามน้ำ หนึ่งคือขี้เกียจทนฟังตาแก่เซ้าซี้ และสอง… การผูกมิตรกับผู้กุมความลับของพื้นที่ขุดค้นเอาไว้ย่อมเป็นประโยชน์สูงสุด
“ไม่มีปัญหา” ซูชางหมิงรับคำอย่างอารมณ์ดีที่เค้นความจริงได้สำเร็จ
“จริงสิ ศาสตราจารย์ซู คุณรับปากแล้วนะว่าจะเหยียบเรื่องนี้ให้มิด แม้แต่ไป๋จิ้ง… ก็ห้ามหลุดปากเด็ดขาด” ลั่วหยางดักคอ
“เรื่องคนนอกน่ะผมไม่บอกใครแน่ แต่กับไป๋จิ้ง… ผมรับประกันไม่ได้หรอกนะ”
“ทำไมล่ะครับ?”
“เด็กคนนั้นหัวไวจะตาย ไอคิวพุ่งปรี๊ดตั้ง 141 เรียกอัจฉริยะยังได้ ขนาดผมยังเดาตัวตนคุณออก แล้วคิดว่าเธอจะตาบอดมองไม่ออกหรือไง? ความลับแตกน่ะ… มันก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้นแหละ”
ลั่วหยาง “…”
ทั้งสองเดินฝ่าฝนมาจนถึงโครงหลังคาเหล็กเมทัลชีท หน้าประตูไร้เงาเวรยาม ก็แหงล่ะ… สถานที่อาถรรพ์เ