วลั่ว ทำบ้าอะไรเนี่ย?” ซูชางหมิงร้องอุทานด้วยความตกใจ
ลั่วหยางไม่ปริปากตอบ สายตาคมกริบของเขาจดจ้องไปยังมุมหนึ่งที่ก้นหลุมอย่างไม่กะพริบตา… ดาบสำริดอาถรรพ์เล่มนั้น ปักนิ่งอยู่ที่นั่น
“เสี่ยวลั่ว ปล่อยแขนผมก่อน”
ลั่วหยางสะบัดมือออก พริบตานั้นเขาตะโกนลั่น “วิ่ง หนีไป!”
เปรี้ยง!!
พริบตานั้น สายฟ้าสีขาวสว่างวาบแหวกทะลุม่านเมฆดำทะมึน ฟาดผ่าลงมาดังกึกก้องกัมปนาท
ทว่า… กลับไม่มีความผิดปกติใดตามมา
สิ้นเสียงฟ้าคำราม หยาดฝนที่ตกกระหน่ำก็หยุดชะงักไปดื้อๆ ราวกับถูกใครปิดสวิตช์ ซ้ำร้ายที่เส้นขอบฟ้าทิศตะวันตก แสงอาทิตย์อัสดงกลับสาดส่องทะลุเมฆหมอกลงมา อาบย้อมผืนดินให้กลายเป็นสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิง
ซูชางหมิงถอนหายใจก่อนจะหัวเราะหึๆ “เสี่ยวลั่ว เป็นวัยรุ่นแท้ๆ ดันขวัญอ่อนยิ่งกว่าคนแก่ซะอีก ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย คุณจะเกร็งไปทำไม?”
แต่ลั่วหยางไม่ได้ยินเสียงเย้าแหย่นั้นเลยแม้แต่น้อย ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขาถูกดึงดูดไปที่ดาบสำริดเล่มนั้น ไม่ยอมละสายตาแม้แต่เสี้ยววินาที
ดาบสำริดปักเฉียงจมลงไปในดิน สันดาบโค้งงอเล็กน้อย ตัวดาบเรียบสนิทไร้ร่องเลือด ทว่าด้ามจับกลับสลักเสลาลวดลายวิจิตรราวกับหล่อขึ้นจากทองคำบริสุทธิ์ กระทั