่นพลังออกมาเป็นจังหวะ เมื่อทั้งสองผสานหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว สนามพลังงานลี้ลับไร้รูปร่างจึงถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
สนามพลังงานนี้… คือโลกอีกใบที่ดวงตาของลั่วหยางกำลัง ‘มองเห็น’ ความมืดมิดไร้ก้นบึ้ง กลุ่มหมอกสีเลือดลอยคว้าง ไร้ซึ่งสรรพเสียง ไร้ซึ่งชีวิต มีเพียงความหนาวเหน็บแห่งความตาย
ปากยังคงสวดท่อง
ร่างยังคงร่ายรำ
คลื่นพลังงานที่บีบอัดตัวอยู่ในอาณาเขตเริ่มหนาแน่นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สภาวะของลั่วหยางดำดิ่งลงสู่ความลี้ลับสุดหยั่งคาด ประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์ของเขาเริ่มจับสัมผัสถึง ‘บางสิ่ง’ ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในเงามืด!
ฉับพลัน ร่างของลั่วหยางกระตุกเฮือก! ทุกการเคลื่อนไหวชะงักงัน เสียงบริกรรมคาถาหยุดกึก ภายในส่วนลึกของรูม่านตาที่มืดสนิท ปรากฏจุดแสงสีเลือดสองจุดสว่างวาบขึ้นมา รังสีอำมหิตอันชั่วร้ายพวยพุ่งออกมาราวกับปีศาจหลุดจากนรก
“ไอ้สวะมนุษย์… รนหาที่ตายนักนะ!”
เสียงแหบพร่าถูกเค้นผ่านลำคอของลั่วหยาง แต่มันไม่ใช่เสียงของเขาแม้แต่นิดเดียว น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบ ดุดัน และก้องกังวานราวกับเสียงดาบกระทบโลหะ
“มุดหัวอยู่ตั้งนาน... ออกมาให้ฉันถอนรากถอนโคนซะดีๆ” เสียงของลั่วหยางสวนกลับด้วยความเยือกเย็น
“ไสหัวไปตาย