นี่ย พัฒนาไปถึงขั้นไหนกันแล้วล่ะ”
ลั่วหยางถึงกับสะอึก คำถามพุ่งแสกหน้าจนตั้งรับไม่ทัน ใครจะไปคิดว่าตาเฒ่าลายครามคนนี้จะมาซักไซ้เรื่องรักๆ ใคร่ๆ กันโต้งๆ แบบนี้
เยี่ยอี้หมิงหัวเราะร่วน “ลูกผู้ชายอกสามศอก มีอะไรต้องมานั่งเหนียมอาย”
“คุณลุงเยี่ยเข้าใจผิดแล้วครับ ผมกับพี่เยี่ย… พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ”
“เพื่อน” เสียงตาเฒ่าสูงปรี๊ด คิ้วขมวดมุ่นอย่างขัดใจ ก่อนจะตบเข่าฉาดตีความเข้าข้างตัวเองเสร็จสรรพ “อ้อ ฉันเก็ทละ เพื่อนที่แปลว่า ‘เพื่อนชาย’ กับ ‘เพื่อนหญิง’ สิท่า… ใช่ไหมล่ะ”
ลั่วหยางโบกมือปฏิเสธพัลวัน “ไม่ใช่ครับคุณลุงเยี่ย พวกเราเป็นแค่เพื่อนธรรมดากันจริงๆ สาบานได้”
เยี่ยอี้หมิงแค่นเสียงขึ้นจมูก หรี่ตาจ้องราวกับจะจับโกหก “เพื่อนธรรมดาบ้านไหนเขากล้าฝากลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนไว้กับชายโสดฮะ แทนที่จะเอาเหม่ยฉีมาฝากไว้ที่บ้านตาใหญ่อย่างฉัน ดันหอบไปทิ้งไว้ที่บ้านเธอ แถมบ้านเธอก็ดันมีห้องส่วนตัวของเหม่ยฉีเตรียมพร้อมไว้ซะดิบดีอีกต่างหาก... นี่น่ะเหรอเพื่อนธรรมดาของเธอ”
ลั่วหยางถึงกับไปไม่เป็น เถียงไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
“เยี่ยจือเป็นผู้หญิงที่ดีมากนะเสี่ยวลั่ว… ถนอมลูกสาวฉันให้ดีๆ ถ้าเธอทำให้ลูกสาวฉัน