งแต่งใดๆ เธอก็ยังสวยหยาดเยิ้มจนแทบละสายตาไม่ได้
ภาพพื้นหลังบ่งบอกว่าเธอกำลังยืนรับลมอยู่บนเนินทรายแห่งหนึ่ง เบื้องหลังคือทุ่งดินเค็มกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา พื้นดินสีน้ำตาลทอดยาวราวกับผืนทะเลที่หลับใหล ริ้วทรายสลับซับซ้อนดุจเกลียวคลื่น บางจุดมีผลึกเกลือสีขาวสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ ทิวทัศน์ไกลออกไปคือโขดหินและเนินเขาสลับซับซ้อนแบบภูมิประเทศหยาตาน ดูยิ่งใหญ่อลังการจนน่าขนลุก ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่น
“พี่เยี่ย ที่นั่นที่ไหนครับเนี่ย” ลั่วหยางเอ่ยถามด้วยความทึ่ง “ทางนี้มืดสนิทแล้ว ทำไมฝั่งคุณแดดยังจ้าอยู่เลย”
เยี่ยจือยิ้มหวาน “ตอนนี้ฉันอยู่ที่หมางหยา ในเขตชิงตี้จ้ะ กว่าพระอาทิตย์จะตกก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มนู่นเลย เป็นไง… วิวอลังการดีใช่ไหมล่ะ ถ้ามีเวลาว่าง คุณน่าจะลองออกมาเปิดหูเปิดตาดูความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติพวกนี้บ้างนะ”
“ถ้ามีโอกาส ผมไม่พลาดแน่นอนครับ” ลั่วหยางยิ้มรับ
สี่ตาประสานกันผ่านหน้าจอ จู่ๆ บรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบ ต่างฝ่ายต่างเดดแอร์ไปดื้อๆ
ที่ตลกร้ายคือ ในจังหวะสบตา ใบหน้าเหี่ยวย่นของตาเฒ่าเยี่ยดันผุดลอยเข้ามาในหัวลั่วหยางซะงั้น ภาพตอนที่โดน ‘เค้นคอให้ยอมรับ’ ยั