งติดตา ตอนนั้นเขาแค่เออออห่อหมกไปเพราะขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง แต่พอตอนนี้ต้องมาจ้องตากับเยี่ยจือตัวเป็นๆ เขากลับห้ามสมองตัวเองไม่ให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไม่ได้เลย… ถ้าเอาข้าวสารมาหุงเป็นข้าวสุกจริงๆ มันจะเป็นยังไงวะ
ถ้าผู้หญิงคนนี้กลายมาเป็นภรรยาของเขาจริงๆ แถมยังมีแถมลูกสาวตัวน้อยน่ารักน่าชังพ่วงมาด้วยอีกคน… ทรงนี้มันก็ดูไม่เลวเลยแฮะ
“เอ่อ… แล้วเหม่ยฉีทำอะไรอยู่เหรอคะ” เยี่ยจือเป็นฝ่ายทำลายความเงียบแก้เก้อ
“คุณแม่ขา! หนูอยู่นี่!” ซ่งเหม่ยฉีเด้งตัวลุกขึ้นยืนบนโซฟา โบกไม้โบกมือหยอยๆ ให้โทรศัพท์ในมือลั่วหยาง
ลั่วหยางรีบกดสลับกล้องหลังแล้วเดินตรงเข้าไปหา “เหม่ยฉี เอาโทรศัพท์ไปคุยกับคุณแม่สิครับ”
แต่ทว่าแม่หนูน้อยกลับเอามือป้อมๆ ไพล่หลังแน่น ส่ายหน้าดิก “หนูไม่คุยค่ะ”
ลั่วหยางเลิกคิ้วประหลาดใจ “อ้าว ทำไมล่ะครับ”
ซ่งเหม่ยฉีกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะป้องปากกระซิบกระซาบเสียงเบา “คุณลุงลั่วนี่ซื่อบื้อจังเลย คุณแม่ตั้งใจวิดีโอคอลมาหาคุณลุงแท้ๆ แล้วคุณลุงจะโยนโทรศัพท์มาให้หนูทำไมล่ะคะ นั่นมันไม่ใช่โทรศัพท์หนูซะหน่อย”
ลั่วหยางถึงกับอึ้งกิมกี่ สตั๊นไปสามวิ
ก็เพราะลุงไม่มีอะไรจะคุยไงโว้ย! บรรยากาศมันกระอักกร