กห้องวีไอพีเบื้องหลังก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนของหานเซ่าคุน หยางหลง และจางไป๋ ดังทะลุกำแพงออกมาอย่างสยดสยอง
เดิมทีอู่เซิ่งหลานคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอได้ยินเสียงนั้นก็ขวัญผวาจนตัวสั่นสะท้าน ถ้อยคำถูกกลืนหายลงคอไปจนหมด ตอนนี้เธอรู้แค่ว่า… ต้องสับเท้าเดินตามลั่วหยางไปให้เร็วที่สุดเท่านั้น
ท้องฟ้ายามราตรีของปาเฉิงปลอดโปร่งไร้เมฆหมอก
ลั่วหยางชะงักฝีเท้าลงตรงสุดปลายทางเท้า
อู่เซิ่งหลานเหลียวมองเบื้องหลัง ทว่าป้ายภัตตาคารปู้เซียงจวีถูกกลืนหายไปในความมืดหมดแล้ว “ลั่วหยาง… พวกนั้นจะเป็นอะไรไหม ฉันว่าโทรแจ้งตำรวจดีกว่า” น้ำเสียงเธอเจือความกังวล
ทว่ายังไม่ทันล้วงโทรศัพท์ รถตำรวจสองคันก็เปิดไซเรนกรีดร้องดังลั่น เหยียบคันเร่งฉิวเฉียดร่างพวกเขาพุ่งตรงไปยังภัตตาคารอย่างรวดเร็ว
อู่เซิ่งหลานชะงักมือ “ดูเหมือนจะมีคนแจ้งแล้ว”
ลั่วหยางทอดสายตามองแสงไซเรนจนลับตา โยนเรื่องบัดซบพวกนี้ทิ้งจากสมองอย่างถาวร ไอ้พวกหยางหลง จางไป๋ หรือหานเซ่าคุนจะโดนกระทืบปางตายแค่ไหน... ไม่ใช่กงการอะไรของเขา
“เอาจริงๆ ฉันเข้าใจนะว่าทำไมเมื่อกี้คุณถึงปล่อยพวกนั้นทิ้งไว้… สิ่งที่พวกเขาทำมันทุเรศเกินไปจริงๆ” อู่เซิ่งหลานมองสถานการ