ณ์ทะลุปรุโปร่งมาตั้งแต่ต้น เพียงแต่เพิ่งหาจังหวะพูดได้
ลั่วหยางแค่นหัวเราะ “พวกมันอยากเหยียบหัวฉันโชว์พาวเวอร์ ฉันไม่ถือสาหรอก เพราะสันดานพวกมันก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร แต่การที่คิดจะยืมมือพวกกุ๊ยมากระทืบฉัน… ฉันไม่ใช่พ่อพระ ทำไมต้องยื่นมือไปช่วยคนที่กะจะเอาฉันให้ตายด้วย ขืนช่วย… เขาไม่ได้เรียกว่าคนดีหรอก เขาเรียกไอ้โง่”
หญิงสาวพยักหน้ารับ เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“จริงสิ… เธอเองก็รู้สันดานสามตัวนั้นดี แถมยังรู้จุดประสงค์ที่พวกมันเรียกออกมา แล้วทำไมยังฝืนมานั่งร่วมโต๊ะอีก” เขาโยนคำถาม
อู่เซิ่งหลานไหวไหล่เบาๆ “ฉันบอกไปแล้วไง บริษัทส่งมาบุกเบิกตลาดแถบนี้ พวกนั้นก็พอมีเส้นสายอยู่บ้าง ปาร์ตี้คอนเนกชันแบบนี้เลี่ยงยากจะตาย แต่ฉันก็ระวังตัวตลอด นายไม่สังเกตเหรอว่าฉันจิบไวน์ไปแค่นิดเดียวเอง”
“วันหลังก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน เอาล่ะ ฉันต้องกลับแล้ว” ลั่วหยางตัดบทดื้อๆ
นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความช็อก “นี่นาย… จะทิ้งฉันไว้ตรงนี้เนี่ยนะ”
เพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาหมาดๆ แถมคุณชายลั่วก็เพิ่งโชว์สเตปเทพกระชากเธอพ้นขุมนรก บรรยากาศค่ำคืนนี้… ต่อให้ไม่เหยียบคันเร่งมิดไมล์สานสัมพันธ์ แต่อย่างน้อยม