ดังแทรกมาจากระยะที่ห่างออกไปพอสมควร
“ไสหัวไป ไม่ใช่กงการอะไรของพวกแก” เสียงลูกน้องนักเลงตะคอกกลับอย่างดุดัน
ตามมาด้วยเสียงยื้อยุดฉุดกระชากด่าทอกันลั่นทางเดิน ลั่วหยางมองไม่เห็นสถานการณ์ภายนอก แต่โสตประสาทภายใต้ ‘สภาวะเหนือสัมผัส’ กลับดักจับคลื่นเสียงและจำลองภาพได้อย่างแม่นยำ ฝูงคนกำลังยืนออขวางทางเดินโซนวีไอพี ครึ่งหนึ่งคือลิ่วล้อรอยสัก อีกครึ่งคือพนักงานของปู้เซียงจวี เขาแยกแยะได้กระทั่งว่า… พนักงานร้านเอาแต่แหกปากโวยวายเสียงดัง ทว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้าพุ่งเข้าไปประจันหน้าผลักอกกับนักเลงตัวจริง
เรื่องพรรค์นี้เข้าใจได้ พนักงานร้านอาหารก็แค่คนหาเช้ากินค่ำ จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปงัดข้อกับพวกนักเลงหัวไม้ ที่สำคัญ… ใครมันจะโง่เอาชีวิตไปทิ้งเพื่อแลกกับเงินเดือนแค่ไม่กี่พันหยวน
ไอ้หนุ่มดังโงะง้างเก้าอี้พุ่งทะยานเข้าใส่ หมายปลิดชีพ
ลั่วหยางตวัดมือขวาสวนกลับ นิ้วชี้และนิ้วกลางกางแยกสิบห้าองศา รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด สองนิ้วนั้นพุ่งกระแทกทะลวงเข้าเบ้าตาทั้งสองข้างของอีกฝ่ายอย่างจัง
“อ๊าก” ไอ้หนุ่มดังโงะแผดเสียงโหยหวนราวกับหมูโดนเชือด สัญชาตญาณสั่งให้มันทิ้งเก้าอี้ลงพื้น ยกสองมือกุมตาดิ้นพล่านเซถอย