าคมมีดจะพลาดไปโดนอู่เซิ่งหลาน จึงคว้าข้อมือหญิงสาวที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อ กระชากให้ถอยร่นหลบรัศมีอันตรายออกมาสองก้าว
ไอ้หนุ่มดังโงะพุ่งเหยียบเข้ากับชิ้นปลาดิบซาซิมิบนพื้น เท้าลื่นไถลเสียหลักล้มกระแทกพื้นเสียงดังอั้ก คราวนี้นอนขดตัวคุดคู้อย่างหมดสภาพ สองมือกุมตาแน่น ร้องครวญครางด้วยความทรมานแสนสาหัส
ไอ้หนุ่มลายสักเพิ่งดึงสติกลับเข้าร่าง มันจ้องเขม็งหรี่ตาประเมินสถานการณ์ เอ่ยเสียงเย็นชาดุดัน “น้องชาย… แกเป็นใครมาจากไหนกันแน่วะ”
จังหวะนั้นเอง กลุ่มกุ๊ยนักเลงหลายคนก็กรูเข้ามาสมทบด้านหลังลูกพี่ แต่ละคนจ้องเขม็งมาที่ลั่วหยางด้วยรังสีอำมหิต พร้อมจะพุ่งเข้ารุมสกรัมหมาหมู่ได้ทุกเมื่อ
ภายในใจลั่วหยางแอบหวั่นกระแสอันตรายอยู่บ้าง แต่ใบหน้ากลับเคลือบด้วยความนิ่งสงบเยือกเย็น เขาโยนคำถามตอกกลับไปนิ่มๆ “หลิวโย่วสุ่ย… แกรู้จักหรือเปล่า”
สิ้นชื่อหลิวโย่วสุ่ย สีหน้าไอ้หนุ่มลายสักพลันแปรเปลี่ยน มันหรี่ตาถามหยั่งเชิง “ทำไม… แกรู้จักงั้นเหรอ”
ปฏิกิริยานั้นไม่รอดพ้นสายตาคมกริบ ลั่วหยางลอบระบายลมหายใจผ่อนคลายความตึงเครียด “ไม่ได้แค่รู้จักหรอกนะ แค่ฉันโทรกริ๊งเดียว… ก็เรียกประธานของพวกแกมาที่นี่ได้สบายๆ”
ไอ้หนุ่ม