์ระดับหัวหน้า เทียบเท่าศาสตราจารย์ ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าแกจะหาเงินได้มากกว่าพ่อแม่ฉัน”
ลั่วหยางขี้เกียจต่อปากต่อคำให้เปลืองน้ำลาย เขาเพียงยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเงียบๆ
“ลั่วหยาง ฉันพูดกับแกอยู่นะเว้ย” จางไป๋เริ่มหัวฟัดหัวเหวี่ยง
ลั่วหยางวางแก้วเหล้ากระแทกโต๊ะเบาๆ “เมื่อกี้แกพล่ามว่าอะไรนะ”
“แก…” จางไป๋โกรธจนหน้าดำหน้าแดง
ลั่วหยางผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ฉันมีธุระต้องไปจัดการ พวกนายดื่มกันไปเถอะ ขอตัว”
อู่เซิ่งหลานรีบเด้งตัวลุกมาขวางหน้า “ลั่วหยาง พวกเราเพื่อนร่วมรุ่นกันทั้งนั้น มีอะไรค่อยๆ คุยกันสิ อย่าเพิ่งโกรธเลยนะ”
ลั่วหยางส่ายหน้า “มีธุระจริงๆ ดื่มกันตามสบายเถอะ”
“งั้น… ขอแอดวีแชตหน่อยสิ” อู่เซิ่งหลานรีบควักสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดคิวอาร์โค้ดอย่างว่องไว “นายสแกนฉันเลย”
ลั่วหยางปฏิเสธไม่ออก จำใจล้วงสมาร์ตโฟนขึ้นมาสแกน แล้วกดส่งคำขอเป็นเพื่อนไป
หยางหลงกับจางไป๋หันมาสบตากัน… ภายในใจพวกมันตอนนี้รู้สึกบัดซบยิ่งกว่ากลืนแมลงวันลงคอ
“ฉันกดรับแอดแล้วนะ ไว้คราวหน้าค่อยคุยกัน ห้ามเมินแชตฉันเด็ดขาดเลยนะ” อู่เซิ่งหลานส่งยิ้มหวานหยดย้อย
ลั่วหยางพยักหน้ารับ ทว่ายังไม่ทันขยับเท้า บานประตูห้องวีไอพีก็พังค