ห้องนอนใหญ่บนชั้นสองมีระเบียงกว้างเปิดรับวิวแม่น้ำฮว่านฮวากว้างไกล บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู เยี่ยจือก็ตรงดิ่งไปรูดผ้าม่านระเบียงปิดสนิททุกบาน ก่อนหันมากำชับลั่วหยาง “ปิดประตูด้วยค่ะ”
ลั่วหยางดึงสติกลับมา รีบหันไปงับบานประตูลงกลอน
ประตูหน้าต่างปิดตาย ผ้าม่านทึบแสงรูดปิดสนิท ภายในห้องพลันตกอยู่ในความมืดมิด
ชายหนุ่มคลำหาสวิตช์เตรียมเปิดไฟ ทว่าเสียงของหญิงสาวกลับดังขัดขึ้นมาท่ามกลางความมืด “อย่าเพิ่งเปิดค่ะ”
ลั่วหยางชะงัก ชักมือกลับ “พี่เยี่ย ไม่เปิดไฟแล้วผมจะรักษายังไงล่ะครับ”
“ระ… รอเดี๋ยวนึง ค่อยเปิดนะคะ” น้ำเสียงของเยี่ยจือสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด
ท่ามกลางความมืดมิด เสียงสวบสาบของเสื้อผ้าที่ถูกปลดเปลื้องดังแว่วมากระทบโสตประสาท
แม้จะมองไม่เห็น แต่ลั่วหยางรู้เต็มอกว่าหญิงสาวกำลังทำอะไร ความคิดเริ่มเตลิดเปิดเปิงจนทำตัวไม่ถูก ทว่า ‘สภาวะเหนือสัมผัส’ บ้าบอเจ้ากรรม ดันทะลึ่งทำงานเอาตอนหน้าสิ่วหน้าขวาน! ทั้งเสียงสวบสาบ กลิ่นกายหอมกรุ่น และทุกจังหวะการขยับตัว ถูกส่งตรงเข้าประมวลผลในสมองอย่างแม่นยำ ก่อตัวเป็นภาพจำลองคมชัดระดับโฟร์เค ชนิดที่ไม่ต้องลืมตาก็เห็นทะลุปรุโปร่งไปถึงไหนต่อ