ยหนุ่มลนลานสับเท้าจ้ำพรวดไปที่ประตูทันที
จังหวะนั้น โลเคชันจากหยางหลงก็เด้งเข้าโทรศัพท์พอดี… ภัตตาคารปู้เซียงจวี ดันตั้งอยู่ข้างหมู่บ้านจินต๋าโส่วฝู่นี่เอง เดินเท้าแค่สิบนาทีก็ถึง
“ลั่วหยางคะ” เสียงหวานรั้งเอาไว้
ลั่วหยางใจเต้นตึกตัก หันขวับกลับไปมอง “พี่เยี่ย… มีอะไรอีกเหรอครับ”
“ไกลหรือเปล่า ให้ฉันขับรถไปส่งไหมคะ”
“ไม่ไกลครับ ภัตตาคารปู้เซียงจวี อยู่ข้างหมู่บ้านนี่เอง เดินไปแป๊บเดียวก็ถึง”
“ดื่มให้น้อยๆ หน่อยนะคะ” น้ำเสียงของหญิงสาวอ่อนโยนละมุนละไม ชวนให้หัวใจฟูฟ่อง
“ครับ” ลั่วหยางรับคำ ไม่กล้ารั้งอยู่ต่อ รีบเปิดประตูเผ่นแน่บออกไปทันที
ทันทีที่บานประตูปิดสนิท เยี่ยจือก็สะบัดผ้าห่มออก นิ้วเรียวขาวเนียนค่อยๆ จิ้มลงบนหน้าอกบริเวณที่เพิ่งผ่านการรักษาอย่างระมัดระวัง
“หายไปแล้วจริงๆ… เขาทำได้ยังไงกัน” เยี่ยจือพึมพำ ตื่นตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตา ภายในหัวตอนนี้ถูกยึดครองด้วยภาพลักษณ์ของชายหนุ่มคนนั้น ทั้งกลิ่นอายความลึกลับเหนือสามัญสำนึก และใบหน้าหล่อเหลาบาดใจนั่นอีก
ไม่รู้ว่าเผลอจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปถึงเรื่องอะไร จู่ๆ หญิงสาวก็คว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงมิดหัวอีกรอบ เสียงกรี๊ดอู้อี้ดังลอดออกมาจากใต้ผืนผ้า