จ้องเขม็งไปที่นิ้วทั้งสองของลั่วหยาง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความฉงนสงสัย
“ถอยไปไกลๆ เกะกะสมาธิ” ลั่วหยางไล่ตรงๆ ไม่รักษาน้ำใจ
เจียงเยว่อ้าปากเตรียมด่าสวน แต่หลิวโย่วสุ่ยชิงสั่งงานเสียก่อน “เยว่เยว่… ไปหยิบโฉนดบ้านหลังนี้มา แล้วโทรเรียกทนายร่างสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ด้วย”
เจียงเยว่ถลึงตาอาฆาตใส่ลั่วหยาง ก่อนสะบัดหน้าเดินตึงตังออกไปอย่างหัวเสีย
“เด็กคนนั้นเป็นลูกสาวน้องชายร่วมสาบานฝั่งเมียนมา พ่อแกตายไว ตอนนั้นเพิ่งแปดขวบ ผมเป็นผู้ชายเลยไม่ค่อยได้อบรมสั่งสอน โตมานิสัยก็เลยร้อนไปหน่อย หมอเทวะลั่วอย่าถือสาเลยนะ” หลิวโย่วสุ่ยออกตัวแทน
“ผมไม่ใส่ใจหรอกครับ”
“หมอเทวะลั่ว… อีกนานไหมกว่าผมจะทิ้งรถเข็นนี่ได้” หลิวโย่วสุ่ยเข้าประเด็นหลักที่อยากรู้ที่สุด
ลั่วหยางตอบตามตรง “หลังจบครั้งนี้ ขาสองข้างจะเริ่มขยับทำท่าทางง่ายๆ ได้ อีกหนึ่งสัปดาห์ผมจะมารักษาซ้ำให้ หลังจากนั้นก็จะกลับมาเดินปกติได้แล้วครับ”
หลิวโย่วสุ่ยเนื้อเต้น “วิเศษ! สมกับเป็นหมอเทวดาจริงๆ แต่ว่า… ต้องรอตั้งหนึ่งสัปดาห์เลยเหรอ”
“นี่คือสปีดที่เร็วที่สุดแล้ว คุณไปผ่าตัดเล็กโรงพยาบาล ยังต้องนอนพักฟื้นหลายวัน เรื่องแบบนี้ใจร้อนไม่ได้เด็ดขาด ถึงสัปดาห์