่าม้า คุณลุงลั่วคะ… พวกคุณไปขึ้นเตียงเดียวกันตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอคะ”
รอยยิ้มของผู้ใหญ่ทั้งสองแข็งค้างไปพร้อมกัน
“ไม่มีใครตอบหนูเลยอะ” เด็กน้อยกะพริบตาตาปริบๆ ตีหน้าใสซื่อ
เยี่ยจืออายจนอยากมุดดินหนี พวงแก้มร้อนผ่าวแดงเถือกไปถึงใบหู เธอรีบแก้ต่างลนลาน “ลงเรือลูก ไม่ใช่ขึ้นเตียง รอ-เอือ-เรือ”
ซ่งเหม่ยฉีทำปากจู๋เถียงคำโต “ตอ-เอีย-งอ-เตียง สิคะ”
ลั่วหยาง “…”
เยี่ยจือยกมือกุมขมับ ทว่าแม่หนูน้อยกลับทิ้งระเบิดลูกใหญ่กว่าเดิม “หม่าม้า ถ้าหม่าม้ากับคุณลุงลั่วนอนเตียงเดียวกัน แล้วหนูจะนอนตรงไหนอะ ขอแทรกตรงกลางได้ไหมคะ”
รถอ้อยคันนี้เหยียบมิดไมล์แถมล็อกประตูแน่นหนา ลั่วหยางอยากกระโดดหนีก็หาทางลงไม่เจอ ประเด็นคือ… แกเพิ่งสี่ขวบเองนะโว้ย ในหัวเล็กๆ นั่นมันยัดอะไรไว้กันแน่!
บรรยากาศกระอักกระอ่วนพุ่งทะลุปรอท สามวินาทีต่อมา เยี่ยจือก็คว้าหมับเข้าที่ตัวลูกสาว อุ้มพาดบ่าแล้วสับขาจ้ำอ้าวหนีเข้าห้องไปทันที
ความเขินระดับวินาศสันตะโรนี้ ทำเอาเธอสู้หน้าผู้ชายที่เด็กกว่าตัวเองไม่ติดอีกต่อไป
======
ดึกสงัด… ภายในห้องพักที่ปิดสนิททุกบานหน้าต่าง ลั่วหยางนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่บนพื้น
เคล็ดหลอมปราณขมังเวท… หลอมพลังชีว