้ ลั่วหยางตื่นเต้นจนเลือดลมสูบฉีด เขาอยากรู้ใจแทบขาดว่าตัวการที่ปล่อยพลังวิญญาณออกมาคืออะไร ขืนคาใจแบบนี้คงไม่มีสมาธินั่งสมาธิต่อ
ชายหนุ่มลุกพรวด เปิดประตูห้อง แล้วเดินตามเรดาร์ที่ล็อกเป้าไว้ทันที
เขาย่ำเท้าลงบันไดไปจนสุดทาง หน้าห้องใต้ดินที่บานประตูถูกปิดสนิท จู่ๆ เสียงสะอื้นก็ดังลอดออกมา
“ฮึก... ฮือ…”
เสียงเยี่ยจือ
ลั่วหยางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเคาะประตู
เสียงร้องไห้เงียบกริบ ผ่านไปครู่ใหญ่ ประตูเหล็กหนาเตอะก็แง้มออก เยี่ยจือยืนอยู่ตรงนั้น หางตายังแดงช้ำและมีคราบน้ำตา เธอจ้องหน้าเขานิ่งโดยไม่ปริปาก
กลายเป็นลั่วหยางที่เก้ๆ กังๆ ทำตัวไม่ถูก “ผมได้ยินเสียงคนร้องไห้ เป็นห่วงก็เลยลงมาดูครับ”
เยี่ยจือปรายตามองบานประตูเหล็กข้างตัว มันหนาและเก็บเสียงได้ระดับห้องอัดเสียง แต่เขาดันบอกว่าได้ยิน… เธอลอบแปลกใจ
จังหวะนั้นเอง ลั่วหยางก็ชะเง้อมองข้ามไหล่เธอเข้าไปในห้องใต้ดิน
ด้านในคือกรุสมบัติชัดๆ ของเก่าล้ำค่าวางเรียงราย ทั้งเครื่องลายคราม ภาพพู่กัน เฟอร์นิเจอร์โบราณ ยันหินรูปทรงประหลาด สายตาของเขาไล่กวาดไปทีละชิ้น ก่อนจะไปสะดุดกึกเข้ากับหน้ากากสำริดใบหนึ่งที่แขวนอยู่บนผนัง
ผิวหน้ากากถูกหุ้มด้