สียอย่างนั้น!
เยี่ยจือสะดุ้ง สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เธอรีบผละตัวออกอย่างลนลาน หางตาลอบชำเลืองมองต่ำแวบหนึ่ง ใบหน้าสวยจัดแดงเถือก สลับกับฉายแววพิลึกพิลั่นยากจะอธิบาย
ลั่วหยางหน้าแดงลามไปถึงคอ อยากจะขุดหลุมฝังตัวเองหนีความอาย บรรยากาศเดดแอร์ขั้นสุด
“ค… คุณตามสบายนะ ฉันไปดูเหม่ยฉีก่อน ยัยหนูนอนดิ้นชอบเตะผ้าห่ม” เยี่ยจือทนสู้หน้าไม่ไหว หมุนตัวสับขาจ้ำอ้าวหนีไปอย่างเลิ่กลั่ก
ลั่วหยางอ้าปากค้างเตรียมจะแก้ตัว แต่จนแผ่นหลังของหญิงสาวหายลับไป เขาก็ยังหาเสียงตัวเองไม่เจอ
เวรเอ๊ย! คนเขากำลังเศร้าขอยืมไหล่ซับน้ำตา แต่ไอ้ร่างกายเวรนี่ดันผงาดชูชันเตรียมแทงเขากลับซะงั้น… สถานการณ์บัดซบแบบนี้ ใครมันจะกล้าอธิบายวะ
เขาถอนหายใจ ดึงสายตากลับมา ทว่าภาพบนโต๊ะดันสะดุดตาพอดี ซ่งตงซานในรูปกำลังจ้องเขม็งมาราวกับแผ่รังสีอำมหิตหวงก้าง
“เอ่อ… ผมไม่ได้คิดอกุศลอะไรกับเมียพี่นะ อย่าเข้าใจผิดสิ” ลั่วหยางเอื้อมมือไปจับกรอบรูปคว่ำหน้าลงกับโต๊ะ ไม่ได้ลบหลู่… แค่ร้อนตัวนิดหน่อย
เขาเดินไปหน้ากำแพง เอื้อมมือปลดหน้ากากปริศนาลงมา มันหนักอึ้ง เนื้อวัสดุคล้ายสำริด แต่สำริดบ้าอะไรจะเป็นสีทอง ครั้นจะบอกว่าเป็นทองคำแท้ ท