… ก็ใช้เจาะกะโหลกคนได้เหมือนกัน
เยี่ยจืออ่านสีหน้าเขาออก “ฉันรู้ว่าคุณไม่เห็นด้วย เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง”
ลั่วหยางหันไปมอง แต่สายตาดันไปปะทะเข้ากับลำคอขาวผ่องระหง และใบหูเล็กจิ้มลิ้มของเธอแทน
“เหลียงหงเป็นพวกหิวเงิน เลิกกันแล้วถ้าคุณไม่ให้อะไรติดปลายนิ้วไปบ้าง เธอต้องตามรังควานไม่เลิกแน่ ถ้าเธอมางี่เง่าอาละวาด คุณด่าไปก็เปลืองน้ำลาย ขืนลงไม้ลงมือก็ผิดกฎหมาย มีแต่จะเสียชื่อเสียงเปล่าๆ ฉันถึงตัดรำคาญ จ่ายจบๆ ไปซะ”
ฟังจบ ลั่วหยางก็กระจ่างแจ้ง “ขอบคุณครับ พี่เยี่ย”
“เกรงใจทำไมกัน จริงสิ ที่ตกลงกันไว้ว่าจะเลี้ยงข้าว คุณอยากกินอะไร” เยี่ยจือเปลี่ยนเรื่อง
ถ้าไม่ได้นัดเลี้ยงข้าว เธอก็คงไม่ขับรถไปส่งเขาเก็บของที่ห้องเช่า และคงไม่ต้องเจอเรื่องวุ่นวายพวกนี้
ลั่วหยางยังไม่ทันอ้าปาก ซ่งเหม่ยฉีก็ลืมตาโพลงแทรกขึ้นมาเสียงงัวเงีย “หนูอยากกินหม้อไฟหมาล่า”
“หนูยังป่วยอยู่นะ กินหม้อไฟไม่ได้ ต้องกินอาหารรสอ่อนๆ รู้ไหม” ลั่วหยางรีบเบรก แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ พอชะโงกหน้าไปดูก็ต้องถอดถอนใจ… ยัยหนูพับหลับไปอีกรอบแล้ว
เยี่ยจือเหลือบมองกระจกหลังอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายสะท้อนเข้าตา จู่ๆ เธอก็เผลอนึกถึงใครบางคนขึ้น