่งอยู่บนโต๊ะทำงาน ส่วนหวังซุ่นลี่ยืนประชิดตัว
ทั้งสองคนชะงักค้างด้วยความตกตะลึง
ลั่วหยางในตอนนี้ทำได้แค่เบิกตาค้าง ขยับตัวไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
สองวินาทีต่อมา พอตั้งสติได้ หวังซุ่นลี่ก็รีบสับเท้าพุ่งมากระชากประตูปิดเสียงดังสนั่น
เหลียงหงลนลานกระโดดลงจากโต๊ะทำงาน วิ่งไปคว้าเสื้อผ้าที่โซฟามาปิดบังร่างกาย
“ลั่วหยาง” หวังซุ่นลี่ลองเรียกชื่อ
ลั่วหยางได้ยินชัดเจน ทว่าร่างกายกลับไม่ตอบสนอง
หวังซุ่นลี่ยกเท้าเตะเขาทีหนึ่ง “ไอ้โง่นี่คงไม่ได้บังเอิญได้ยินอะไรเข้า จนช็อกหัวใจวายตายห่าไปแล้วหรอกนะ”
“ฮะ” เหลียงหงหน้าซีดเผือด “อาจารย์อย่าพูดเป็นเล่นนะ ถ้าเขาตายขึ้นมาจริงๆ พวกเราจะทำยังไง”
หวังซุ่นลี่แค่นเสียงเย็น “จะล่กทำไม ต่อให้มันตาย ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเราสักหน่อย”
เหลียงหงทิ้งเสื้อผ้าในมือ เดินกล้าๆ กลัวๆ เข้ามาค่อยๆ ยื่นนิ้วไปอังใต้จมูกลั่วหยาง
จังหวะนั้นเอง กระแสความร้อนอีกระลอกก็ตีตื้นจากตันเถียนพุ่งทะยานสู่หว่างคิ้ว คราวนี้คล้ายมีปราการบางอย่างถูกทะลวงแตก กระแสความร้อนพุ่งทะลักเข้าสู่สมอง
ตู้ม!
จิตสำนึกของลั่วหยางถูกดึงเข้าสู่สภาวะสุดแสนอัศจรรย์
ปลายนิ้วของเหลียงหงที่ยื่นมาอังจมูก เขามองเห็นทะลุปร