มีความสุข ครึกครื้นอย่างยิ่ง
ทว่าหวามู่หลันกลับไม่ดีใจ เธอปฏิเสธการแต่งตั้งและหวนคืนสู่บุตรสาว กลับบ้านไปยืนบนยอดเขาที่เล่นว่าวตอนเด็ก หน้าตาเธอสับสน เดิมทีคิดว่าตนเข้าใจคำพูดนักบวชชราแล้ว แต่ตอนนี้พบว่าตนไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรเลย!
พวกชาวบ้านต่างขบคิดถึงความหมายแฝงในคำพูดนี้ ทว่ามันหมายความว่าอย่างไรกันแน่?
“พี่ คนโหรวหรานยอมแพ้แล้ว แต่ข้าได้ยินมาว่าฮ่องเต้ไม่คิดจะล้างบางพวกมัน แต่กลับเจรจากับอีกฝ่าย พูดเรื่องสันติภาพอะไรนี่แหละ…ไม่เข้าใจเลยจริงๆ พวกเราชนะแล้ว เหตุใดต้องคุย? พวกมันไม่ฟังก็ตีพวกมันก็จบแล้วไม่ใช่รึ? ตีจนพวกมันร้องไห้ห่าบุพการี ฉี่ราดกางเกง ฆ่าให้หมด นี่จะไม่สงบสุขร่มเย็นกว่าหรือ?” น้องชายยืนอยู่ข้างหวามู่หลันเอ่ยถาม
“ทำสงคราม? เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลที่ตามมาหลังสงครามคืออะไร?” หวามู่หลันถอนหายใจยาวภายในใจ ก่อนถามเสียงเบา
“ผลตามมาคืออะไรอย่างนั้นหรือ? ไม่ว่าเป็นผลอะไร ข้าคิดว่าพวกเราต้องผ่านไปได้! เสริมบารมีแคว้น ปลุกให้แคว้นฮึกเหิม! ให้ไอ้พวกนั้นรู้ถึงความเก่งกาจของเรา! ฮ่องเต้ทำแบบนี้น่าอึดอัดใจจริงๆ…” น้องชายควงหมัดพร้อมตะโกนเสียงดัง “รอข้าเติบใหญ่ก่อน ข้าจะเป็นเหมือนพี่