รวะตาม ตะโกนเสียงดังว่า “ได้โปรดหลวงพี่ชี้แนะวิธีการแกะสลักแก่พวกเราด้วย!”
ฟางเจิ้งหมดคำจะพูดใดๆ แล้ว…
“อาจารย์ นี่จะแย่งงานพวกเรารึ? ให้ข้าตุ๋นพวกเขาเถอะ” เด็กแดงควงมีดถางป่าในมือพลางพูดด้วยความบ้าอำนาจ
ฟางเจิ้งมองค้อนเขาไปทีก่อนพูดกับทุกคน “อมิตาพุทธ ทุกท่าน รีบลุกขึ้นเถอะ อาตมาอยากถามทุกท่านว่าทำไมถึงอยากเรียนวิชาของอาตมา?”
ขาเป๋หม่ากล่าว “ชีวิตนี้ผมใช้ชีวิตเสเพลไร้หนทางจนกระทั่งมีไผ่หนาวถึงหาทางพบ ผมอยากเรียนแกะสลักไผ่หนาวเพื่อหาเงิน ปรับปรุงชีวิต ต่อมาก่วนเสียงเฟิงเข้ามาเปิดประตูบานใหญ่ให้กับผม ให้ผมเห็นสะเก็ตไฟจากการปะทะกันของศิลปะและไผ่หนาว สวรรค์ นั่นสมบูรณ์แบบมาก! นั่นต่างหากคือศิลปะ!” พอได้ยินขาเป๋หม่าพูดแบบนี้ ก่วนเสียงเฟิงหน้าแดงเป็นก้นลิง พูดว่าศิลปะต่อหน้าเจียงโจวกับฟางเจิ้ง? มันช่าง…น่าอาย!
ขาเป๋หม่าพูดต่อ “ตอนนี้ผมอาศัยฝีมืองูๆ ปลาๆ แค่ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน และไม่ต้องทำนาเท่านั้น ผมไม่ชอบเล่นไพ่ ไม่ชอบนั่งยองคุยโม้หน้าหมู่บ้าน แล้วผมจะทำอะไรได้? ว่างทั้งวัน ใช้เวลาไปเปล่าๆ? นั่นต่างอะไรกับคนตาย? แต่ก่วนเสียงเฟิงทำให้ผมเกิดความสนใจในการแกะสลัก ถึงไม่รู้ว่าจะมีชีวิตไปได