้อีกกี่ปี แต่ว่าผมยอมพยายามเพื่อศิลปะนี้ไปจนวันตาย! อีกอย่าง ช่วงเวลาที่ผมสอนชาวบ้านแกะสลักเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุด ผมพบว่าขยะอย่างผมก็ยังมีประโยชน์ ยังอาศัยศิลปะทำให้คนเคารพได้ ดังนั้นผมถึงอยากเรียน เรียนเพื่อสอนคนอื่นให้มากขึ้น ปรับเปลี่ยนชีวิตคนให้มากขึ้น เท่านี้ครับ”
“ประสกล่ะ?” ฟางเจิ้งถามเจียงโจว
เจียงโจวตอบ “ผมแค่อยากพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดีขึ้น ก่อนหน้านี้หาทางไม่พบ ตอนนี้มีแล้ว เลยอยากขอให้หลวงพี่สอนผม”
ฟางเจิ้งยิ้มพลางส่ายหน้า “ประสกเจียง ประสกกับอาตมาพบกันเพราะมีวาสนา ประสกอยากคารวะอาตมาเป็นอาจารย์ อาตมาก็ดีใจมาก นี่เท่ากับประสกยอมรับในฝีมืออาตมา”
ได้ยินดังนั้นขาเป๋หม่าตกใจ หรือว่าฟางเจิ้งจะรับเจียงโจวเป็นศิษย์? พอตรึกตรองดูดีๆ เจียงโจวเป็นยอดฝีมือแกะสลักอยู่แล้ว เรียนรู้อะไรย่อมไปได้เร็วกว่าเขาที่เพิ่งเรียนรู้กลางคัน เขาเทียบกับเจียงโจวไม่ได้ในทุกด้าน…คิดถึงตรงนี้ก็ก้มหน้าลงด้วยความห่อเหี่ยว ถือเสียว่ายอมแพ้แล้ว
เจียงโจวใจสั่น หรือว่าเขามีโอกาส?
ฝานชิง ชิวเสี่ยวเยี่ยและก่วนเสียงเฟิงตื่นเต้นเช่นกัน ถ้าเจียงโจวได้เรียนก็จะเก่งยิ่งกว่าเดิม เช่นนั้นพวกเขาที่เป็นลูกศิษย์ย่อมได้ผลประ