ทำไมถึงไม่สอนอาจารย์ผม?” ก่วนเสียงเฟิงร้องโวยว่าไม่ยุติธรรม
ฟางเจิ้งไม่ตอบ แต่เจียงโจวได้สติกลับมาราวกับถูกฟ้าผ่า เอ่ยต่อว่าไปว่า “ก่วนเสียง หุบปาก! ขอโทษหลวงพี่!”
ก่วนเสียงเฟิงเอ่ยด้วยสีหน้าคับอกคับใจ “อาจารย์ เห็นๆ อยู่ว่าหลวงจีนนี่ลำเอียง…”
“หุบปาก! ขอโทษ!” เจียงโจวพูดเสียงเด็ดขาด
ก่วนเสียงเฟิงจนปัญญา ได้แต่พูดกับฟางเจิ้ง “ขอโทษครับหลวงพี่”
ฟางเจิ้งยิ้ม ส่ายหน้าสื่อว่าไม่ถือสา จากนั้นมองเจียงโจวพลางพูดปลอบ “ประสกเข้าใจแล้ว?”
เจียงโจวถอนหายใจ “เข้าใจแล้วครับ…ผมสับสนไปเอง ขอบคุณที่ไต้ซือเตือนสติครับ ข้าพเจ้าได้รับการสั่งสอน” พูดจบเจียงโจวก็โค้งตัวคารวะฟางเจิ้ง
การคารวะครั้งนี้ ก่วนเสียงเฟิง ฝานชิง ชิวเสี่ยวเยี่ยกระทั่งพวกขาเป๋หม่ายังงุนงง ไม่เข้าใจว่าสองคนนี้กำลังทำอะไรกันแน่
เจียงโจวเห็นฟางเจิ้งไม่มีทีท่าจะอธิบายจึงถอนหายใจยาว “ตอนนั้นผมไปขอเรียน เริ่มเรียนแกะสลักกับอาจารย์ตอนอายุแปดขวบจนอายุสามสิบ ตอนเริ่มเขาสอนผมแค่พื้นฐาน ตอนอายุยี่สิบถึงสอนวิธีการพิเศษกับผม แต่จนถึงตอนที่เขาจากไปก็ยังไม่สอนยอดวิชาหลายแขนงที่เก็บเอาไว้ รอจนเขาอยากบอกอยากสอนผม เขาก็พูดมาได้ไม่กี่คำ…วิชาเหล่านั้นตามเขา