ใต้แสงตะวันราวกับหยก สวยมากจริงๆ จึงอดชมมิได้ว่า “เทพผู้สรรค์สร้างธรรมชาติ!”
ชิวเสี่ยวเยี่ยพูดด้วยความตื่นเต้นกว่าว่า “นี่คงไม่ใช่มรกตจริงๆ หรอกนะ?”
ฝานชิงหน้าตาตื่นตะลึง “นะ…นี่มัน…น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว”
“นักบวชที่สอนหมาป่า ลิงและกระรอกจนเชื่องแบบนี้ได้จะเป็นคนธรรมดาได้ยังไง?” เจียงโจวปลงอนิจจัง พูดความจริง ก่อนหน้านี้เขามองนักพรตเต๋าเล่อเทียนด้วยความเคารพกว่า เขาใฝ่หาถึงการหลุดพ้นและพึงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ในใจ และยังมีโสมทั้งอารามนั้น นั่นเหมือนเครื่องบินรบของเจ้าถิ่น ส่วนฟางเจิ้ง เขามองว่าเป็นนักบวชที่จิตใจดีธรรมดาเท่านั้น
ตอนนี้มองไปอีกครั้ง เกรงว่าเขาจะมองพลาดไป…
“ไปเถอะ เข้าไปดูกัน ไม่ว่าอย่างไรบุญคุณที่ช่วยชีวิตจะพูดขอบคุณอย่างเดียวไม่ได้ เสี่ยวเยี่ย เอ็งทำตามที่อาจารย์บอกรึยัง?” เจียงโจวถาม
“หนูให้พี่ไปทำแล้วค่ะ แต่คงจะเอามาไ ม่ได้ในช่วงนี้” ชิวเสี่ยวเยี่ยตอบ
“อืม ทำไป หาวัตถุดิบดีๆ ได้แล้ว อาจารย์จะลงมือที่เหลือเอง” เจียงโจวพูด
“อะไรนะ? อาจารย์ ท่านจะลงมือด้วยตัวเอง?” ชิวเสี่ยวเยี่ยกับฝานชิงร้องตกใจ
“แล้วทำไมล่ะ? ถ้าไม่ใช่หลวงพี่ฟางเจิ้งกับนักพรตเต๋าเล่อเทียนช่วยไว้ ตอนนี้ข้าคงตายไปแ