ลายร่างออกมาขับเคลื่อนด้วยฝีมือคน ทำให้สมจริงยิ่งกว่าเดิม ชัดกว่าเดิม สวยงาม! แฝงไว้ด้วยความลี้ลับของธรรมชาติ!
ก่วนเสียงเฟิงไม่รู้ว่าควรพูดอะไรแล้ว สุดท้ายพ่นออกมาสี่คำด้วยอาการมึนงง “ทักษะขั้นเทพ!”
“ใครน่ะ?!” หมาป่าเดียวดายเงยหน้าขึ้นเห่า
“เชี่ย! หมาป่าพูดได้!” ก่วนเสียงเฟิงตกใจจนมืออ่อนจึงตกลงมาจากสันกำแพง ล้มลงบนพื้น ไม่สนแล้วว่าเจ็บก้นแค่ไหนแต่สับขาวิ่งหนีไป…ไม่คิดถึงฝีมือแกะสลักหรือไผ่หนาวอะไรนั่นแล้ว คิดแค่รีบวิ่ง!
สรุปวิ่งไปได้ไม่ไกลก็ถูกซ่งเอ้อโก่วขวางเอาไว้ “แกเจอผีมารึไง ถึงวิ่งบ้าบอแบบนี้?”
ซ่งเอ้อโก่วตกใจกับสีหน้าก่วนเสียงเฟิงเช่นกัน ดูจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ถ้าวิ่งลงเขาไปไม่แน่ว่าอาจจะดิ่งลงไป
ก่วนเสียงเฟิงหันไปชี้วัดเอกดรรชนีพลางพูดสะอื้นไห้ “หมาป่า…หมาป่า…”
“ฉันรู้ว่านั่นคือหมาป่า หมาป่าเหมือนพันธุ์ฮัสกี้ น่ารักจะตาย” ซ่งเอ้อโก่วกล่าว
“ไม่ใช่ หมาป่านั่นมีสติปัญญา มันพูดได้!” ก่วนเสียงเฟิงเอ่ยด้วยอาการร้อนรน
“แกฟังหมาเข้าใจ? พูดมาเถอะ ร่างจริงแกเป็นใครกันแน่?” ซ่งเอ้อโก่วพูดหยอกล้อ
“ไม่ใช่ มันพูดภาษาคน!” ก่วนเสียงเฟิงร้อง
ซ่งเอ้อโก่วตะลึงงันก่อนกลอกตา “ถุย! แกหูแว่วร