ได้ราคาสูง” ก่วนเสียงเฟิงเอ่ย
“แกคิดว่าแกแกะสลักเป็นคนเดียว?” ซ่งเอ้อโก่วถามเย้ยเยาะ
“หมายความว่าไง?” ก่วนเสียงเฟิงใจสั่น หรือว่าซ่งเอ้อโก่วก็เห็นฝีมือของหลวงจีนนั่น?
“ไม่มีอะไร แกคิดว่าแกปีนกำแพงได้ แล้วฉันจะดูตรงซอกประตูไม่ได้? ฮ่าๆ…ไม่นึกเลยว่าเจ้าอาวาสฟางเจิ้งจะเก่งขนาดนี้ โคตรสุด ฉันจะมาขอร้องแกทำไม? แกเป็นพวกเข้าใจงูๆ ปลาๆ ยังไม่คู่ควรถือรองเท้าให้เจ้าอาวาสฟางเจิ้งด้วยซ้ำ! อืม พรุ่งนี้พาขาเป๋หม่ามาขอเรียนดีกว่า ฮ่าๆ…” ซ่งเอ้อโก่วหัวเราะมีความสุข ทว่าในใจกลับรู้สึกไม่ดี ฟางเจิ้งเป็นคนแดนสนธยา จะสอนคนอื่นแกะสลักได้จริงๆ หรือ? นี่คือปัญหา
ก่วนเสียงเฟิงได้ยินดังนั้นก็ยิ่งมั่นใจว่าซ่งเอ้อโก่วอยู่ในเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาไม่ได้ยินหมาป่าเดียวดายพูด เช่นนั้นก็มั่นใจได้ว่าเป็นภาพลวงตา ดังนั้นจึงวางใจลงสบายๆ ทว่าพอนึกถึงไผ่หนาวก็ต้องเต็มไปด้วยความรู้สึกจิตตก
ซ่งเอ้อโก่วไม่สนว่าก่วนเสียงเฟิงจะคิดอะไร ขอในสิ่งที่ควรขอแล้ว แต่เจ้านี่ไม่คว้าโอกาสเอาไว้เองจะโทษเขา? ตอนนี้มีคนที่มีฝีมือดีกว่าให้เรียนได้ ทำไมจะต้องมาพูดไร้สาระกับก่วนเสียงเฟิง?
ซ่งเอ้อโก่วลงเขาไปอย่างมีความสุข ก่วนเสียงเฟิงก้มหน้าลง ทำหน้า