หน้าขึ้นมองฝ้าเพดาน “หืม? มีหนู!”
หมาป่าเดียวดายเงยหน้าขึ้นมอง เด็กแดงใช้ฝ่ามือตบน้ำผึ้งบนลิ้นหมาป่าลอยไป จากนั้นสับขาวิ่งหนี
หมาป่าเดียวดายมองน้ำผึ้งของตนที่หายไปด้วยความเศร้า เห่าทีหนึ่งก่อนจะพุ่งตามเด็กแดงออกไป สองคนวิ่งไล่ล่ากัน ไม่นานก็หายเข้าไปในป่า
ฟางเจิ้งมองเจ้าสองคนนี้ที่ไม่ยอมกันด้วยใบหน้าแดง ยิ้มเก้อเขินเอ่ยว่า “ศิษย์สองคนนี้นี่…”
“อืม ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ” ยังไม่ทันที่ฟางเจิ้งจะพูดจบ นักพรตเต๋าเล่อเทียนเสริมมีดลงไปอย่างเด็ดขาด
ฟางเจิ้งสะอึก
ฟางเจิ้งสนใจนักพรตเต๋ากับลัทธิเต๋ามาตลอด ทว่าลัทธิเต๋ากับนักพรตเต๋ามีความต่างในด้านเนื้อแท้ ตอนเด็กเขายังแยกไม่ออกว่าอะไรคือนักพรตเต๋า อะไรคือลัทธิเต๋า วันนี้คุยกับนักพรตเต๋าเล่อเทียนอย่างมีความสุข ตรงไปตรงมา มีอะไรก็ทำหมด
นักพรตเต๋าเล่อเทียนเองก็ไม่ปิดบัง อาจเพราะไม่ได้คุยกับคนมานานเกินไป เจ้านี่เลยพูดไม่หยุด ดื่มชาไปพลาง พูดแจ้วไม่หยุดไปพลาง
ฟางเจิ้งเองก็ได้รับความรู้มาไม่น้อย ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง
“นักพรตเต๋า อาตมานึกถึงเรื่องหนึ่ง ทำไมนักพรตเต๋าถึงชอบพูดพระพุทธติดปาก?” ฟางเจิ้งถาม
นักพรตเต๋าเล่อเทียนอึ้งไป “มีเรื่องแบบนี้ด้วย?”
“ใช่ ถึงอาตมา