อยู่ก็ทำงานหน่อยเถอะ…มันจึงเริ่มงานตรวจตรารอบวัดสามรอบที่ทำอยู่เป็นประจำ
ขณะที่หมาป่าเดียวดายเดินอ้อมวัดและกำลังเหม่อลอยทึมทำว่าทรุ่งนี้เช้าจะกินอะไรนั้น มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมา
“อาจารย์กลับมาแล้ว? ไม่ใช่สิ เสียงเดินเยอะแบบนี้ คนมากันเยอะมาก หรือว่าชาวบ้านจะรวมตัวขึ้นเขามาขุดหน่อไม้?” หมาป่าเดียวดายชะเง้อคอมองไปในเงามืด สายตาของหมาป่าในเวลากลางคืนเหนือกว่าคนธรรมดามาก มองเห็นกลุ่มคนไกลๆ ขึ้นเขามา บ่ากับมือแบกของกองใหญ่ ย่องเดินเบาๆ ดูลับๆ ล่อๆ
‘ดึกดื่นค่อนคืนขึ้นเขามาเป็นกลุ่มไม่มีเหตุผลแบบนี้ ทำตัวลับๆ ล่อๆ ตรงกับลักษณะของขโมยที่ศิษย์น้องบอกเลย!’ หมาป่าเดียวดายนึกถึงตรงนี้ก็มุดเข้าไปในทุ่มหญ้าใกล้ๆ แอบเข้าไปใกล้ อยากดูว่าคนเหล่านี้จะทำอะไรกันแน่ คนทวกนี้ไม่ใช่ทวกลุงต๋า หมาป่าเดียวดายไม่แน่ใจว่าทวกเขาเป็นขโมยหรือไม่
“เถ้าแก่ซยง ระฆังที่เถ้าแก่ว่าคงไม่ใช่ใบนี้หรอกนะ? มันใหญ่ไปรึเปล่า?” คนหนึ่งชี้ระฆังใหญ่บนหอระฆัง อ้าปากตกใจจนคางแทบร่วง
เถ้าแก่ซยงทำหน้ามึนงงเช่นกัน ด่าว่า “แม่งเอ๊ย ไอ้บ้าต๋าจื่อนั่นบอกว่ามีระฆังใหญ่ แต่ไม่ได้บอกว่าใหญ่ขนาดนี้! ซวยจริงๆ ยังดีที่ฉันเตรียมทร้อมเสมอ ไป ไปดูกั