ม่รู้จะอธิบ บายอย่างไรดี หรือว่าจะเลียนแบบผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นแล้วบอกว่าเป็นอาการหลอนหมู่? ลุงต๋าจึงมองฟางเจิ้ง “ขอให้เจ้าอาวาสช่วยอธิบายด้วย”
ฟางเจิ้งพูดด้วยใบหน้าสดใส “ทุกสรรพสัตว์มีจิตวิญญาณ เขาเองก็คงสัมผัสเจตนาดีของอาตมาได้ พอรอดจากภัยมาได้จึงสำนึกบุญคุณ”
พูดจบ แม้แต่เจ้าใบ้ที่เงียบมาตลอดยังส่งสายตามองค้อนระดับสุดยอดให้ฟางเจิ้ง ประหนึ่งว่าอยากจะมองค้อนให้หลวงจีนเหม็นโฉ่ที่ในปากมีแต่ก๊าซเสียนี่ให้ตายไปเลย
ฟางเจิ้งไม่พูด ลุงต๋าก็ไม่ถาม เพียงแต่ในใจเกิดความตื่นตัวขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ค่อนข้างสำนึกเสียใจที่ว่าจ้างฟางเจิ้งเข้าภูเขา นัยน์ตามืดทะมึนเล็กน้อย ไม่รู้ว่าในใจวาง งแผนอะไรอยู่…
“หลวงพี่มีเมตตา นี่เป็นเรื่องดี หลวงพี่ นำทางไปเถอะ วันนี้เราต้องขึ้นถึงยอดเขา” ลุงต๋าเงยหน้าชี้นิ้วไปยังเส้นทางสู่ยอดเขา
ฟางเจิ้งพยักหน้า ก่อนจะนำทางไป
“เจ้าใบ้ อีกเดี๋ยว…” ลุงต๋าพูดกับเจ้าใบ้สองประโยค เจ้าใบ้สื่อว่าเข้าใจ ดวงตาเล็กที่หรี่แคบมาตลอดขยับประกายหนาวเยือกเสี้ยวหนึ่ง
จางจื่อกับอิงจื่อตามหลัง อิงจื่อพูดว่า “หลวงจีนนี่แปลกๆ”
“ทำไมฉันรู้สึกว่าคนที่ภูเขานี่แปลกกันหมดเลย” จางจื่อนึกถึงหมาป่าที่เย้ยเยาะ