อสังคมทุกวัน เป็นคนดีมาก” จางจื่อพูด
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ดี” ลุงต๋าพยักหน้า เพียงแต่ในใจมักรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ไปมาทั่วทุกสารทิศ เขาไม่เคยเจอบุคคลตัวอย่างที่ไหนสวมหมวกเอียง หน้าตาเหมือนคนเสเพลมาก่อน…สุด ดท้ายก็ปลอบใจตัวเองว่า ‘เราอาจจะคิดมากไปเอง’
ตกกลางคืน พวกเขาทานอาหารเสร็จแล้ว ลุงต๋าพูดขึ้นว่า “เตรียมตัว พรุ่งนี้เข้าภูเขาแต่เช้า”
“ลุงต๋าจะเข้าภูเขา? ไม่สนของวัดเอกดรรชนีเหรอคะ” อิงจื่อถามอย่างแปลกใจ
ลุงต๋าส่ายหน้า “ของนั่นมีเจ้าของ ไปไหนไม่ได้ จะไปเมื่อไรมันก็ยังอยู่ที่เดิม แต่ในภูเขาไม่เหมือนกัน นั่นมันของไม่มีเจ้าของ ไปช้าไม่แน่อาจจะถูกใครแย่งเอาไปก่อน แกไปถามเถ้าแก่ ซ่งว่าในหมู่บ้านมีใครเข้าภูเขาไหม? เราต้องการคนนำทาง ส่วนราคาแกก็คุยกับเขา”
“ครับ” จางจื่อออกไปทันที
“อะไรนะ? พวกคุณจะเข้าภูเขาทงเทียน?” ซ่งเอ้อโก่วได้ยินดังนั้น หมวกแทบหล่นลงมา
“ทำไมเหรอครับ? ภูเขาทงเทียนอันตรายมากเหรอ?” จางจื่อถาม
“ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็อันตรายจริงๆ เรื่องที่ขึ้นชื่อที่สุดของภูเขาทงเทียนคือมีหมูป่าเยอะ หนังหยาบเนื้อหนา วิ่งเพ่นพ่านไปทั่วภูเขา หมูป่าตัวใหญ่หลายร้อยจินพุ่งเข้ามา คุณคิด เอาเองว่าน่ากลัวไหม?”