ามเศร้า “ฉันไปทำให้ใครไม่พอใจรึเปล่านะ…” จากนั้นก็วิ่งตามรถไป
“ลุงต๋า ให้เขาวิ่งแบบนี้เหรอ?” อิงจื่อสงสารจางจื่อเล็กน้อย
ลุงต๋าทำเสียงขึ้นจมูกสองที “วัยรุ่นน่ะ วิ่งดีต่อสุขภาพ”
“ลุงต๋า แล้ววันนี้เราจะเข้าภูเขาเลยไหม?” อิงจื่อถาม
“เข้าภูเขา? ยังก่อน” ลุงต๋าเงยหน้ามองทิศทางที่มาของเสียงระฆังและกลองพลางว่า “เสียงระฆังเรียบๆ แต่มีพลัง มีความรู้สึกผ่านโลกมานานที่เก่าแก่และเรียบง่าย เห็นได้ว่าเป็นของ ที่มีอายุมาก เสียงกลองนั่นน่าเกรงขามบ้าอำนาจ ไม่ใช่ของธรรมดาเหมือนกัน ไปดูสมบัติสองชิ้นนี้ก่อนค่อยเข้าภูเขาก็ไม่สาย”
“ลุงต๋า ลุงคงไม่คิดจะ…เราเป็นโจรสุสาน ไม่ใช่โจรกระจอกขโมยไก่นะ” อิงจื่อพูด
“โจรภูเขาตูดหมาน่ะสิ ขโมยคนตาย ขโมยคนเป็นต่างกันตรงไหน? มันก็โจรเหมือนกัน! ในเมื่อเป็นโจร จะลงมือหรือไม่ต้องดูว่าสมบัติล้ำค่าไหมต่างหาก” ลุงต๋าพูดโดยไม่คิดแบบนั้น
อิงจื่ออึ้งไป แม้คำพูดนี้จะสารเลวทราม แต่ต้องบอกว่ามันเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ…
เคาะเสร็จ ฟางเจิ้งเริ่มบทเรียนฝึกจิตใจของทุกวัน กวาดอุโบสถ กวาดใบไม้ ทานอาหาร จากนั้นเปิดประตูใหญ่วัด ต้อนรับญาติโยมในวันนี้
วัดเอกดรรชนีในตอนนี้ไม่ใช่วัดเอกดรรชนี