สองมือกล่าว “ครับอาจารย์”
“เป็นหลวงจีนหนึ่งวันก็เคาะระฆังหนึ่งวัน ฮ่าๆ…ศิษย์พี่จิ้งเจิน วันเวลาท่านยังอีกยาวนาน” เด็กแดงหัวเราะเสียงดัง
“เป็นหลวงจีนหนึ่งวันก็เคาะระฆังหนึ่งวันหรือ ศิษย์น้อง ทำไมฟังคำพูดนายแล้วไม่รื่นหูเลย? เป็นคำที่มีความหมายไม่ดีรึเปล่า?” กระรอกถามด้วยความประหลาดใจ
เด็กแดงว่า “ไร้สาระ ก็ต้องเป็นคำที่ความหมายไม่ดีอยู่แล้ว หมายความว่าแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ…ไม่ได้ทำงานจริงๆ ก็เท่านั้น”
ฟางเจิ้งเขกหัวไปที “ไม่รู้ก็อย่าพูดจาไร้สาระ คนอื่นอธิบายมาแบบนี้นายก็เอากับเขาด้วย นายคิดว่าคำพูดนี้มีความหมายทางลบ? เดิมทีคำพูดนี้มีความหมายดี สมัยโบราณไม่มีนาฬิกาข้อมือ ไม่มีระฆังเครื่องจักร มีแต่คำนวณนาฬิกาแดด และก็มีน้อยมากที่จะมี คนธรรมดาไม่มีเวลาไปคิดคำนวณหรอก…เมืองใหญ่ถึงได้มีการเคาะระฆังเป็นการบอกเวลาโดยเฉพาะ แต่เมืองเล็ก หมู่บ้านชาวนาใครจะบอกเวลาให้? พวกเขาได้รู้เวลาที่แม่นยำก็จากเสียงระฆังวัด วัดจะเคาะระฆังเช้าเย็นละครั้ง การเคาะระฆังกับกลองจะเคาะมั่วๆ ไม่ได้ ในนั้นมีความพิถีพิถันมาก แม้แต่ละที่จะมีความต่างกันเล็กน้อย ทว่ามีจุดอยู่ที่เป็นกฎเหล็ก การเคาะครั้งสุดท้ายจะต้องเคาะตอนที่กลางวันและ