ซุนเฉียนเฉิงกล่าวว่า “ฉันก็เห็นด้วย พูดจริงๆ นะ ทุกครั้งที่ออกไปช่วยงานจะต้องกลับมาทำบัญชี ขาดทุนไปเยอะเลย แล้วก็ต้องหาเหตุผลจัดงาน เรื่องนี้เปลืองสมองกับหนังหน้าจริงๆ อี กอย่างมีความกดดันสูงด้วย ยิ่งจนยิ่งจัด ยิ่งจัดยิ่งจน ไม่รู้จะจบเมื่อไร ฉันว่าวันนี้ขอเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของเจ้าอาวาสฟางเจิ้ง พวกเราหยุดกันที่ตรงนี้ จากนี้ไม่ทำแบบนี้อี ก ดีไหม?”
“ฉันสนับสนุน!” ซ่งเอ้อโก่วพูดตาม “ถ้าบอกว่าขาดทุน ฉันต้องเป็นคนนั้นที่ขาดทุนแน่! เมื่อก่อนที่บ้านไม่มีแม้แต่แม่หมู เลยไม่มีทางได้เงินจากลูกหมู”
พูดจบ ทุกคนต่างหัวเราะ
ซ่งเอ้อโก่วพูดต่อ “ถึงก่อนหน้านี้ฉันจะเสเพล แต่ฉันไม่เคยไม่ไปช่วยงานใครไหม? ไปทุกบ้านเลยไหม? พูดจริงๆ นะ ตอนนั้นฉันน่ะเสแสร้งว่าไหว ช่วยงานเสร็จกลับบ้านมาอาทิตย์หนึ่งแล้ วยังกินเหล้าไม่ได้สักอึก ชีวิตช่วงนั้นลำบากมากเลย”
“พอแล้วน่า! นายช่วยงานหนึ่งร้อย กินทั้งบ้านไปสามวัน มื้อหนึ่งกินเหล้านายได้หนึ่งเดือน” ซุนเฉียนเฉิงด่ายิ้มๆ
ซ่งเอ้อโก่วหน้าแดง “ผ่านไปแล้วก็ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันคือบุคคลต้นแบบของหมู่บ้านเรา! ใครไม่ยอม ก็กวาดถนนแข่งกัน!”
ทุกคนหัวเราะอีก…
เห็นทุกคนพากันแสดงความเห็น