มิงก็ตรงเข้ามาดึงหวังอวิ๋นเฟิ่ง
“ไม่ให้พูด? ทำไมจะพูดไม่ได้? กลัวฉันพูดมาแล้วขายหน้ารึไง? เฉินต้าหมิง จะบอกให้นะ วันนี้ฉันจะพูด! ไม่พูดฉันทนไม่ไหวหรอก! เราแต่งงานกันมายี่สิบปี คุณบอกฉันสิว่าญาติพี่น้องพ พวกนี้ทำอะไรให้พวกเราบ้าง? ยืมเงิน! ยืมเงิน! ยืมเงิน! ให้มาช่วยงาน! ให้มาช่วยงาน! ให้มาช่วยงาน! อันนี้พันหนึ่ง อันนั้นสามร้อย อันนี้สองสามร้อย มากขึ้นทุกปีๆ! เรื่องขี้หมู ราขี้หมาแห้งแค่นี้ยังต้องเรียกมา อะไรก็ต้องให้ช่วย ไม่ช่วยก็เหมือนติดค้างพวกเขา มันทำไม? ชาติก่อนฉันไปติดค้างบ้านพวกคุณรึไง? ฉันหาเงินมาเองยังเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นไม่ได้ ยังต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งครอบครัวกับทั้งหมู่บ้านพวกคุณอย่างนั้นเหรอ?” หวังอวิ๋นเฟิ่งพูดโวย
เฉินต้าหมิงพูดเสียงเบา “ทำไมพูดอย่างนั้น?”
“พูดอย่างนั้นแล้วทำไม ฉันพูดผิดตรงไหน? ให้ฉันเอาหลักฐานการยืมออกมาให้ดูไหม ขานชื่อนับทีละคนเลยไหม?” หวังอวิ๋นเฟิ่งตะคอก
ตะคอกที หลายคนก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ
ตอนนี้เองหวังโอ้วกุ้ยรีบเข้ามา เห็นหวังอวิ๋นเฟิ่งกับเฉินต้าหมิงทะเลาะกันเลยทำหน้าจนปัญญา เรื่องแบบนี้เขาพูดยากจริงๆ เพราะอะไรหวังอวิ๋นเฟิ่งถึงโกรธเขารู้ดี ความจริงมีคนโม